กรณีศึกษา การสักครั้งละ 1.6 ล้าน ของ Mister Cartoon
Uncategorized

กรณีศึกษา การสักครั้งละ 1.6 ล้าน ของ Mister Cartoon

14 ก.ค. 2021
กรณีศึกษา การสักครั้งละ 1.6 ล้าน ของ Mister Cartoon /โดย ลงทุนเกิร์ล
“รอยสัก” เปรียบเสมือนงานศิลปะประเภทหนึ่ง ที่สะท้อนถึงเรื่องราวและแฝงไปด้วยอัตลักษณ์ของแต่ละคน
หลายคนจึงเชื่อกันว่าหากเราได้ศิลปินที่มีฝีมือมาลงลวดลายบนร่างกายมากเท่าไร เราก็ยิ่งมีโอกาสถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างงดงามมากเท่านั้น
หากพูดถึงช่างสักที่มีฝีมือระดับตำนาน หนึ่งในนั้นก็คงไม่พ้นชายที่ชื่อว่า Mister Cartoon ผู้สร้างงานศิลป์บนร่างกายของเหล่าคนมีชื่อเสียงมากมาย ไม่ว่าจะเป็น
Eminem เจ้าพ่อแห่งวงการแรปเปอร์
Snoop Dogg ตำนานสายฮิปฮอป
Beyoncé เจ้าแม่นักร้องสไตล์อาร์แอนด์บี
Kobe Bryant หนึ่งในผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ในวงการบาสเกตบอล
และรู้หรือไม่ว่าศิลปินอย่าง Eminem ที่เคยสักกับ Mister Cartoon ก็เคยต้องจ่ายให้กับการสักเป็นมูลค่ามากถึง 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.6 ล้านบาท
แล้วผู้สร้างรอยสัก มูลค่าหลักล้านคนนี้ คือใคร ?
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
Mister Cartoon มีชื่อจริงว่า Mark Machado ปัจจุบันมีอายุ 51 ปี
เขาเป็นศิลปินที่เกิดและเติบโตในเมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา
ด้วยความที่ลอสแอนเจลิสเป็นสถานที่ที่มีความหลากหลายของวัฒนธรรม รวมถึงเป็นแหล่งของ Street Culture ที่มีศิลปะกราฟฟิตีตามผนัง ทั้งหมดนี้จึงหล่อหลอมให้เขากลายเป็นคนที่สนใจงานศิลปะตั้งแต่เด็ก
นั่นจึงทำให้ Mister Cartoon ในวัยเพียง 4 ขวบ ก็ได้เริ่มหัดเรียนรู้การวาดรูป ซึ่งต้องบอกว่า สิ่งที่เขาวาดไม่ใช่เพียงแค่รูปขีด ๆ เขียน ๆ เหมือนเด็กทั่วไป แต่เขาวาดเป็นรูปเป็นร่างออกมา และมีความละเอียดซับซ้อน
แต่รู้หรือไม่ว่าจุดสำคัญที่เริ่มทำให้ Mister Cartoon เริ่มเข้าสู่เส้นทางการเป็นศิลปิน เกิดขึ้นเมื่อพ่อของเขาบังคับให้เขาเข้าเรียนศิลปะการป้องกันตัวคาราเต้
จริง ๆ แล้ว สถานที่แห่งนี้ไม่เพียงแค่สอนคาราเต้เท่านั้น แต่เรียกได้ว่าเป็นแหล่งรวมงานศิลปะอีกด้วย โดยเฉพาะการแต่งสีรถ เพราะเจ้าของโรงเรียนศิลปะการป้องกันตัวก็เป็นช่างแต่งสีรถ นั่นเอง
การเข้าไปเรียนคาราเต้ ณ ตอนนั้น จึงทำให้เขาได้รับอิทธิพลและซึมซับงานศิลปะประเภทนี้ จนกระทั่งเขาได้เดินเข้าสู่วงการศิลปะอย่างจริงจัง
โดยในช่วงแรก เขาเรียนรู้ด้วยการหัดฝีมือวาดบ่อย ๆ ลงบนผนังและรถยนต์ ซึ่งทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เขามักจะมีปากกาหรือกระป๋องทาสีพกติดตัวตลอดเวลา
อย่างไรก็ตาม การวาดภาพไม่ใช่สิ่งเดียวที่ Mister Cartoon สนใจ เพราะเขาเองก็ชอบเต้นเบรกแดนซ์ แต่กลับทำได้ไม่ดี เขาจึงเลือกทำสิ่งที่ถนัดต่อ นั่นก็คือการวาดรูป
เรื่องนี้จึงกลายมาเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เขาตัดสินใจ เข้าเรียนที่โรงเรียนเทคนิคเทรดเทคแอลเอเพื่อศึกษาเรื่องกราฟิกและตัวอักษร
เมื่ออายุครบ 17 ปี เขาก็เริ่มต้นลงมือทำธุรกิจเพนต์เสื้อยืดด้วยแอร์บรัช
และด้วยฝีมือกราฟฟิตีที่มีความดิบเถื่อนและมีเอกลักษณ์ จึงทำให้ธุรกิจของเขาก็เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง
นอกจากทำเสื้อยืดแล้ว เขายังรับงานออกแบบอื่นเช่นกัน เช่น ออกแบบโลโก ปกอัลบั้มวงดนตรีไปจนถึงปกนิตยสาร ซึ่งระหว่างทางก็ได้ทำให้ตัวเขามีประสบการณ์เพิ่มมากขึ้น
เมื่อฝีมือของ Mister Cartoon ถึงจุดที่ถูกยอมรับจากเหล่าศิลปิน เขาก็ถูกเชิญให้ร่วมงานกับ Cypress Hill วงดนตรีอเมริกันที่มีชื่อเสียงอย่างมากในเวลานั้น เพื่อมาออกแบบเวทีและปกอัลบั้ม และนั่นทำให้ชื่อเสียงในวงการของเขาเริ่มพุ่งทะยาน แต่ต้องบอกว่า ช่วงเวลานั้นเขาก็ยังไม่ได้เข้าสู่อาชีพช่างสักอยู่ดี
จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาได้มีโอกาสไปเดินเยี่ยมชมบรรยากาศภายในร้านสักมืออาชีพแห่งหนึ่ง และจุดนั้นเอง ก็ได้ทำให้เขาตกหลุมรักศิลปะบนเรือนร่างเข้าแทบจะในทันที
Mister Cartoon จึงไม่รอช้าและได้เริ่มทดลองสักกับกลุ่มเพื่อนสนิทและลามไปสู่คนในวงการ ซึ่งเมื่อคนอื่นสังเกตเห็นรอยสัก ก็มักจะถามต่อว่าใครเป็นคนสักให้ จนกลายเป็นกระแสจากปากต่อปากขึ้นมา
ซึ่งรูปแบบในการสักส่วนใหญ่รวมถึงทักษะและเทคนิคในงานสักของเขา ก็มาจากงานก่อน ๆ ที่เขาเคยทำอย่างงานกราฟฟิตี งานออกแบบ และการพ่นสีแบบแอร์บรัช
หลังจากนั้นเมื่อ Cypress Hill ไปออกทัวร์ที่ไหนก็ตาม จะมีบูทหลังเวทีสำหรับผู้ที่สนใจสักกับ Mister Cartoon จนทำให้เขามีฐานแฟนคลับเพิ่มขึ้น ถึงขนาดที่หลายคนนั่งเครื่องบินเพื่อมาเพียงแค่สักกับเขาโดยเฉพาะ
Mister Cartoon จึงตัดสินใจสร้างอาณาจักรของตัวเองที่ชื่อว่า “SA Studios” ขึ้นมา
เพื่อที่ตนจะได้ลุยกับธุรกิจร้านสักของตัวเองได้เต็มที่ โดยร่วมมือกับ Estevan Oriol ช่างถ่ายภาพระดับมหากาฬ
ซึ่งภายในอาคารจะเต็มไปด้วยงานศิลป์ต่าง ๆ มากมาย ทั้งงานวาด งานภาพถ่าย ของตกแต่ง รถยนต์ที่ผ่านการตกแต่งมาตั้งไว้เรียงราย เปรียบเสมือนอาร์ตแกลเลอรีขนาดย่อม
โดยชั้นบนของอาคารเป็นสตูดิโอของ Estevan Oriol และชั้นล่างทำเป็นร้านสักของ Mister Cartoon
หลังจากเปิดอาณาจักรของตัวเองไปแล้ว ก็ได้ผลตอบรับที่ดี มีผู้คนที่มีชื่อเสียงและบริษัทระดับโลกต่างเข้ามาใช้บริการกัน เช่น Rolling Stone, Harley-Davidson หรือแม้กระทั่ง Nike ก็ตาม
ซึ่งก็เหมือนงานเดิมที่เขาเคยทำมา เช่น งานออกแบบต่าง ๆ แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุด ในช่วงเวลานี้คืองานสัก
ถ้าหากถามว่า ความพิเศษของรอยสักที่ได้จาก Mister Cartoon คืออะไร ก็คงตอบได้ว่ามีหลายประเด็น
อย่างแรก คือความยากและเอกลักษณ์
เขาใช้เทคนิคที่เรียกว่า Fine Line Style เป็นการใช้เข็มสักที่บางมาก ๆ เพื่อให้ได้ภาพที่มีรายละเอียดสูง
และงานมีความยากมากขึ้น เมื่อเขาใช้ Freestyle Tattoo คือจะวาดลายสักลงบนแขนเลย ไม่ได้ใช้กระดาษลอกลายแบบคนอื่น จึงทำให้งานที่ได้นั้นมีความเป็นเอกลักษณ์และไม่เหมือนใคร
อย่างที่สอง คือความ Exclusive
ต้องบอกว่าการได้สักกับ Mister Cartoon ไม่ใช่เรื่องง่าย นอกจากราคาที่สูงแล้ว คนจะมีสิทธิ์ได้สักนั้น ต้องมีคนที่รู้จักกับเขาเป็นคนแนะนำ ดังนั้นหากเราไม่มีคนรู้จักหรือเคยสักกับ Mister Cartoon ก็หมดสิทธิ์
ซึ่งในประเทศไทยมีเพียงประมาณ 10 คนเท่านั้นที่เคยได้สักกับเขา เช่น UrboyTJ, โต้ง TWOPEE และป๊อก Mindset
จึงทำให้เกิดกระแสว่า ใครที่ได้สักกับเขาแล้วถือว่าเป็นคนที่เจ๋งพอตัว และจากเรื่องราวนี้ ก็นำมาสู่เรื่องต่อมาคือ ความเป็น Community
ผู้คนที่สักกับเขา นอกจากชอบเรื่องฝีมือและความ Exclusive แล้ว พวกเขายังบอกว่า รู้สึกเหมือนได้เป็นพี่น้อง ครอบครัวกับคนที่มีรอยสักเช่นเดียวกัน
ซึ่งคิดดูว่า น่าภูมิใจขนาดไหนที่เป็นครอบครัวเดียวกับคนที่มีชื่อเสียงเหล่านั้น และจากทั้งหมดนี้จึงทำให้รอยสักของ Mister Cartoon พิเศษไม่เหมือนใคร
Mister Cartoon ยอมรับว่าที่ตนประสบความสำเร็จนั้น ไม่ได้เกิดจากความพยายามจนมีฝีมือที่เก่งกาจเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากการรู้จักการนำเสนอผลงานให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างอีกด้วย
ซึ่งแต่ละคนที่เขาสักนั้นส่วนใหญ่เป็นเหล่าผู้ที่มีชื่อเสียง
เช่น ศิลปิน นักกีฬา หรือนักแสดงก็ตาม จึงทำให้ชื่อเสียงของเขามาได้ไกลถึงขนาดนี้
ซึ่งคนที่มีส่วนสำคัญที่ทำให้ Mister Cartoon โด่งดังไปทั่วโลก ไม่ใช่ใครอื่นใด
คนคนนั้นก็คือ Eminem แรปเปอร์ขวัญใจของใครหลายคน
ปิดท้ายด้วยเรื่องราวในวัยเด็กของ Mister Cartoon ที่น่าสนใจ
Mister Cartoon เคยบอกว่าชีวิตของเขาคงไม่มาถึงขนาดนี้ หากไม่มีพ่อแม่ที่คอยสนับสนุนและส่งเสริมเขาอยู่เสมอ
นอกจากนี้ ในวัยเด็ก พ่อแม่ของเขามักชมเสมอว่า เขาเกิดมาเป็นอัจฉริยะ นั่นจึงทำให้เขามีความเชื่อมั่นและกล้าที่จะทำตามความฝันของตัวเอง จนนำไปสู่การประสบความสำเร็จในชีวิต
เรื่องนี้ก็ทำให้คิดได้ว่าจริง ๆ แล้ว
เราทุกคนอาจจะมีความอัจฉริยะเรื่องใดเรื่องหนึ่งอยู่แล้วในตัว ขอแค่เราหามันให้เจอ มันก็อาจจะนำพาเราให้ประสบความสำเร็จก็เป็นได้ อย่าง Mister Cartoon ที่ชื่นชอบงานศิลปะและหัดวาดรูปมาตั้งแต่ 4 ขวบ ก็ได้กลายมาเป็นนักสร้างศิลปะบนเรือนร่าง หลักล้าน เลยทีเดียว..
© 2021 Longtungirl. All rights reserved.