Emi Jay จากแบรนด์ของเด็กมัธยม สู่ กิ๊บหนีบผม ที่เซเลบริตีเลือกใช้
Business

Emi Jay จากแบรนด์ของเด็กมัธยม สู่ กิ๊บหนีบผม ที่เซเลบริตีเลือกใช้

30 ก.ค. 2021
Emi Jay จากแบรนด์ของเด็กมัธยม สู่ กิ๊บหนีบผม ที่เซเลบริตีเลือกใช้ /โดย ลงทุนเกิร์ล
ถ้าหากเราลองย้อนกลับไปตอนเด็ก ๆ สมัยที่ยังเรียนอยู่โรงเรียน คงจะมีเพื่อนในห้องคนหนึ่ง ที่มักจะรับบท “แม่ค้า” อยู่เสมอ และเพื่อนคนนี้ ก็มักจะมีของแปลก ๆ หรือของที่กำลังเป็นเทรนด์มาขายให้กับคนอื่น ๆ อยู่ตลอด
ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ได้เกิดแค่ที่โรงเรียนในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นในโรงเรียนแห่งหนึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย
จากเด็กสาวคนหนึ่งที่ชื่นชอบในอุปกรณ์ตกแต่งผม จนกลายมาเป็นธุรกิจขายกิ๊บหนีบผม Emi Jay ที่มีผู้ติดตามเกือบ 1 แสนคน ซึ่งแม้แต่เหล่าคนดังอย่าง Rosé จาก BLACKPINK, Kendall Jenner และ Hailey Bieber ก็เคยใช้กิ๊บหนีบผมจากแบรนด์นี้ทั้งนั้น
แล้วกิ๊บหนีบผมแบรนด์ Emi Jay น่าสนใจอย่างไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
Emi Jay ก่อตั้งโดยคุณ Emily Matson และคุณ Julianne Goldmark
ซึ่งจุดเริ่มต้นก็เริ่มมาจากในตอนเด็กนั้น พวกเธอเรียนอยู่ในโรงเรียนที่ต้องใส่เครื่องแบบ ทำให้ถ้าหากต้องการที่จะแสดงความเป็นตัวของตัวเองผ่านการแต่งตัว ก็เหลือเพียงแค่การทำผมและการใส่เครื่องประดับต่าง ๆ เท่านั้น
ทำให้หนึ่งในไอเทมที่ได้รับความนิยมในช่วงนั้นก็คือ “เครื่องประดับผม”
ส่วนหนึ่งของเรื่องนี้ก็มาจากอิทธิพลของซีรีส์ชื่อดังอย่าง Gossip Girl ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตเด็กไฮสกูล ที่เรียนและอาศัยอยู่ในย่านคนรวย
โดยถึงแม้ในเรื่องทุกคนจะใส่ยูนิฟอร์มเหมือนกัน แต่ทุกตัวละครก็จะมีสไตล์การแต่งตัวเป็นเอกลักษณ์ ทำให้เด็ก ๆ ในตอนนั้นให้ความสนใจกับสไตล์ของตัวเองเป็นอย่างมาก
เพื่อที่จะได้แสดงความเป็นตัวเองออกมาผ่านการแต่งตัวที่ถูกจำกัดด้วยยูนิฟอร์ม
อย่างตัวละคร Blair Waldorf หรือ “ควีนบี” คุณหนูดาวเด่นประจำโรงเรียน ก็มีเอกลักษณ์การแต่งตัวแบบสาวหวาน และมักจะสวมเครื่องประดับผมเป็นส่วนใหญ่
แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถมีสไตล์ที่สวยเก๋แบบในซีรีส์ได้เสมอไป เพราะสินค้าจำพวกแฟชั่น โดยเฉพาะเครื่องประดับผมระดับไฮเอนด์ อย่างที่คาดผมหรือกิ๊บหนีบผม ก็มีราคาที่สูงจนน่าตกใจทีเดียว
พอเรื่องเป็นแบบนี้ทั้งคุณ Emily Matson และคุณ Julianne Goldmark จึงเริ่มมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ
เริ่มจากที่คุณแม่ของคุณ Julianne Goldmark ได้พาเด็กสาวทั้ง 2 คนเข้าไปยังตัวเมือง เพื่อซื้อของกุ๊กกิ๊กต่าง ๆ ไม่ว่าจะไข่มุก ลูกปัด ยางยืด
แล้วก็กลับมายังห้องนอนของคุณ Julianne Goldmark เพื่อประดิษฐ์เครื่องประดับผมรูปแบบต่าง ๆ ทั้งกิ๊บหนีบผม และที่คาดผมเพื่อใส่กันเอง
ที่สำคัญ ทั้งคู่ยังได้เริ่มขายเครื่องประดับผมเหล่านั้นให้กับเพื่อน ๆ ในโรงเรียนด้วย
ซึ่งตอนนั้นทั้งคู่ ก็อายุได้เพียง 14 ปี แต่จากจุดเริ่มต้นนี้เอง ต่อมาก็ได้กลายเป็นแบรนด์ Emi Jay ในที่สุด
อย่างไรก็ตามจุดเปลี่ยนที่ทำให้แบรนด์เริ่มกลายเป็นที่โด่งดัง ก็มาจากการที่คุณแม่ของคุณ Emily Matson รู้จักกับช่างทำผมที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงในขณะนั้น อย่างคุณ Chris McMillan
ซึ่งเขาก็ได้แนะนำให้เด็กสาวทั้ง 2 คนทำผ้าผูกผมแบบโบขึ้นมา และกลายเป็นว่าเจ้าโบผูกผมชิ้นนี้ก็ได้ไปอยู่บนผมของคุณ Jennifer Aniston บนพรมแดงในภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์ของเธอ
เรื่องนี้ทำให้เด็กสาวทั้งสองได้รับการติดต่อจากนิตยสาร Marie Claire เพราะอยากจะนำเสนอโบมัดผมชิ้นนี้ให้กับผู้ที่ติดตามนิตยสาร
อย่างไรก็ตามในตอนนั้นทั้งคู่ยังทำเครื่องประดับผมนี้เป็นงานอดิเรกอยู่ จึงทำให้ทั้งคู่ต้องเริ่มออกแบบโลโก และช่วยกันสร้างเว็บไซต์ขึ้นมา เพื่อเปลี่ยนจากงานอดิเรกที่ทำไปเรื่อย ๆ ให้กลายเป็นธุรกิจที่ทั้งคู่สามารถมองเห็นการเติบโตของมันได้
ซึ่งจริง ๆ แล้วในท้องตลาดเองก็มีแบรนด์อีกมากมายที่ทำเกี่ยวกับเครื่องประดับผม แต่อะไรที่ทำให้ Emi Jay นั้นแตกต่างจากแบรนด์อื่น ๆ และยังขายได้ แม้จะมีคู่แข่งมากมายในท้องตลาด
อย่างแรกคือ การออกสินค้าตามคอลเลกชัน ไม่ต่างจากเสื้อผ้าแบรนด์เนมต่าง ๆ
เพราะจริง ๆ แล้ว Emi Jay เองก็วางตัวเป็นสินค้าแฟชั่นที่ไม่ได้ต่างจากแบรนด์แฟชั่นอื่น ๆ ถึงแม้สินค้าส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าเครื่องประดับศีรษะก็ตาม ซึ่งการออกสินค้าตามคอลเลกชันนั้น ก็จะช่วยให้ผู้บริโภคคอยติดตามอยู่เสมอว่าแบรนด์จะมีอะไรใหม่ ๆ ออกมาบ้าง
ต่อมาคือ การใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียในการสื่อสารไปยังแบรนด์อื่น ๆ และผู้บริโภค
หากเราย้อนกลับไปในช่วงปี 2009 ที่ยังไม่มีแม้แต่ Instagram ทำให้การสื่อสารของแบรนด์ไปยังคนอื่น ๆ นั้นยังเป็นเรื่องยาก เพราะในสมัยนั้นการที่จะสื่อสารไปยังลูกค้าจะทำได้เพียงแค่ผ่านคนรู้จัก หรือผ่านทางหนังสือนิตยสาร ทำให้เป็นการสื่อสารแบบทางเดียว ที่แบรนด์ไม่สามารถรับฟังเสียงของผู้บริโภคได้
แต่เมื่อโซเชียลมีเดียเริ่มเข้ามามีอิทธิพล ช่องทาง Instagram จึงกลายเป็นหนึ่งในการสื่อสารที่สำคัญของแบรนด์มากขึ้น และยอดผู้ติดตามของ Emi Jay ใน Instagram ก็เริ่มเติบโตตามไปด้วย
ไม่เพียงแค่นั้น ยังเป็นช่องทางที่ทำให้บุคคลทรงอิทธิพลในโลกออนไลน์ต่าง ๆ หรือแม้แต่แบรนด์อื่น ๆ เกี่ยวกับด้านแฟชั่นก็หันมาติดต่อกับแบรนด์ Emi Jay เพื่อร่วมออกสินค้าพิเศษ และทำกิจกรรมทางการตลาดอื่น ๆ ด้วยกัน
และเมื่อมีช่องทางในการติดต่อสื่อสารกับผู้บริโภคแล้ว จึงทำให้แบรนด์ Emi Jay สามารถรับฟังเสียงของผู้บริโภคได้อยู่เสมอ ๆ รวมถึงจับตาดูเทรนด์แฟชั่นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อพัฒนาสินค้าให้สามารถตอบโจทย์ของผู้บริโภคได้
จึงไม่น่าแปลกใจว่า Emi Jay จะกลายเป็นสินค้าที่สามารถอยู่กับทุกคนได้ในทุก ๆ ช่วงเวลาของชีวิต ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ตาม ก็สามารถสวมใส่สินค้าของ Emi Jay ได้
ปัจจุบัน เด็กสาวทั้งสองได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวัย 26 ปีแล้ว และแบรนด์ Emi Jay ก็ไม่ได้เป็นเพียงแค่แบรนด์เครื่องประดับผมอีกต่อไป แต่ยังมีสินค้าแฟชั่นอย่างเสื้อผ้าอยู่ด้วย
ในขณะเดียวกัน แบรนด์ Emi Jay ก็ยังได้ขยายช่องทางการขายไปยังสถานที่ต่าง ๆ เช่น Urban Outfitters ซึ่งเป็นบริษัทที่รวบรวมสินค้าแฟชั่นต่าง ๆ มาจำหน่าย
โดยการขยายธุรกิจจากที่เคยขายแค่แบบ D2C หรือ Direct to Consumer ได้ขยายมาเป็นการขายผ่านคนกลาง ก็เพื่อให้สินค้าสามารถกระจายไปตามภูมิภาคต่าง ๆ ได้ง่ายมากขึ้นนั่นเอง
เรียกว่ากรณีของคุณ Emily Matson และคุณ Julianne Goldmark เป็นธุรกิจที่สร้างแรงบันดาลใจได้เป็นอย่างดี
เพราะคงปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้งคู่นั้นได้เริ่มต้นธุรกิจมาตั้งแต่ตอนที่ยังเด็กมาก และยังเป็นช่วงวัยที่หลาย ๆ คนยังไม่ได้คิดเริ่มต้นจะทำธุรกิจด้วยซ้ำ
แต่ด้วยความชอบและยังได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว
จึงทำให้เด็กสาวทั้งสองคน สามารถเติบโตขึ้นมาพร้อม ๆ กับธุรกิจที่พวกเธอสร้างมากับมือ..
© 2021 Longtungirl. All rights reserved.