ชีวิตของ Bang Si-hyuk ชายผู้นิยามธุรกิจ K-POP แห่งปี 2021
Business

ชีวิตของ Bang Si-hyuk ชายผู้นิยามธุรกิจ K-POP แห่งปี 2021

ชีวิตของ Bang Si-hyuk ชายผู้นิยามธุรกิจ K-POP แห่งปี 2021 /โดย ลงทุนเกิร์ล
ในปี 2021 ที่ผ่านมา ก็เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งปีแห่งความสำเร็จของวงการ K-POP
และถ้าพูดถึงวงที่โดดเด่น ในเวทีระดับโลก คงหนีไม่พ้น BTS
โดยมีถึง 3 เพลง ที่ติดท็อป 10 เพลงที่ขายดีสุดในสหรัฐอเมริกา ได้แก่
อันดับ 1 เพลง Butter
อันดับ 2 เพลง Dynamite
อันดับ 5 เพลง Permission To Dance
โดยเฉพาะเพลง Butter ที่ทำลายสถิติ Guinness World Records ถึง 4 รายการ บน YouTube
ซึ่งไม่เพียงเฉพาะแค่ตัววง BTS เท่านั้น แต่ต้นสังกัดอย่าง HYBE หรือชื่อเดิมคือ Big Hit Entertainment เอง ก็มีดีลใหญ่สะเทือนวงการ ผ่านการเข้าซื้อ Ithaca Holdings ผู้จัดการศิลปินระดับโลก อย่าง Justin Bieber และ Ariana Grande ด้วยมูลค่ากว่า 3.3 หมื่นล้านบาท
ซึ่งเบื้องหลังความสำเร็จเหล่านี้ ก็คงต้องยกให้กับชายที่ชื่อว่า Bang Si-hyuk ผู้ก่อตั้งและอดีต CEO ของ HYBE ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศเกาหลีใต้ ด้วยสินทรัพย์กว่า 1.2 แสนล้านบาท
ที่สำคัญ ในปี 2021 นี้ ด้วยดีลใหญ่ของอุตสาหกรรมเพลง ที่เขาได้เข้าซื้อ Ithaca Holdings ก็ยังทำให้ Bloomberg นับคุณ Bang Si-hyuk เป็น 1 ใน 50 คน ที่กำหนดโลกธุรกิจแห่งปีอีกด้วย
แล้วกว่าจะมาถึงจุดนี้ เขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
คุณ Bang Si-hyuk เกิดที่โซล ในปี 1972 ซึ่งเกาหลีใต้ขณะนั้น ถูกปกครองโดยรัฐบาลทหาร ทำให้การแสดงออกต่าง ๆ โดนจำกัด รวมถึงด้านดนตรี แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นช่วงที่วัฒนธรรมอเมริกันเริ่มแทรกเข้ามาในประเทศ
อย่างไรก็ตาม ครอบครัวของคุณ Bang Si-hyuk ก็ถือเป็นอภิสิทธิ์ชน คุณพ่อทำงานอยู่ในระดับผู้นำขององค์กรรัฐบาล ที่ดูแลเกี่ยวกับสิทธิแรงงาน ส่วนคุณแม่เรียนจบด้านวรรณกรรมอังกฤษ จากมหาวิทยาลัยโซล ซึ่งหาได้ยากในสมัยนั้น
และคุณ Bang Si-hyuk เองก็ดำเนินรอยตามคุณแม่ ก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยโซล ซึ่งเป็นที่ใฝ่ฝันของเด็กเกาหลีหลาย ๆ คน แม้จะทำให้ครอบครัวผิดหวัง ที่ไม่ได้เรียนต่อด้านกฎหมาย และหันไปเลือกวิชาปรัชญาศิลปะและความงามแทน
หลังจากเรียนจบ ซึ่งก็ตรงกับช่วงกลางทศวรรษ 1990 หรือเป็นช่วงที่ประชาธิปไตย กำลังเบ่งบานในหมู่วัยรุ่น รวมถึงยุคของไอดอล K-POP สมัยใหม่ ก็ได้เริ่มต้นขึ้นเช่นกัน
คุณ Bang Si-hyuk ได้ร่วมงานกับ Park Jin-young ผู้ก่อตั้งค่าย JYP ในฐานะนักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ของค่าย
ซึ่งจริง ๆ แล้ว เขาก็เรียกได้ว่าทำทุกหน้าที่ ปลุกปั้นและอยู่เบื้องหลังศิลปินดัง ๆ เช่น Wonder Girls, 2AM รวมถึง Rain เคียงคู่กับคุณ Park Jin-young จน JYP กลายเป็นค่ายใหญ่ และตัวเขาเองก็ได้รับฉายาว่า “Hitman Bang”
ต่อมาในปี 2005 คุณ Bang Si-hyuk ก็ได้แยกตัวออกมาตั้งค่ายเล็ก ๆ ของตัวเองที่ชื่อว่า Big Hit แต่ก็ไม่ได้มีผลงานที่ออกมาแล้วเป็นที่จดจำเท่าไรนัก
อย่างวง Glam เกิร์ลกรุ๊ปที่เดบิวต์ออกมาก่อนวง BTS โดยคุณ Bang Si-hyuk ก็มีความพยายามใส่ความแปลกใหม่ ด้วยการนำเทคโนโลยีโวคาลอยด์ หรือโปรแกรมเสียงสังเคราะห์ ที่มาพร้อมกับตัวแมสคอตการ์ตูน เข้ามาประกอบผลงานเพลง
น่าเสียดายที่สิ่งที่ทำให้ชื่อของ Glam กลายเป็นกระแส กลับเป็นข่าวลบ ๆ ของสมาชิก จนต้องยุบวงในเวลาต่อมา
ที่สำคัญค่าย Big Hit เอง ก็ยังเกือบล้มละลายมาแล้ว ในปี 2007
หรือแม้กระทั่งในปี 2013 ที่วง BTS เดบิวต์ ตอนนั้นก็ไม่มีใครสนใจวงบอยแบนด์จากค่ายเล็ก ๆ นี้เช่นกัน และก็คงไม่มีใครคาดคิด ว่าวงนี้จะสร้างปรากฏการณ์ให้กับ K-POP มากขนาดนี้
จริง ๆ แล้ว คุณ Bang Si-hyuk มีแผนจะเดบิวต์ BTS เป็นวงฮิปฮอป ในปี 2011 แต่พอมองไปถึงบริบทในวงการแล้ว รู้สึกว่าโมเดลของไอดอลน่าจะเหมาะสมกว่า จึงต้องเลื่อนเวลาการเปิดตัวออกไป
อย่างที่รู้กันว่า BTS ประสบความสำเร็จอย่างมากในประเทศฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ซึ่งในเวลานั้น K-POP ก็เริ่มเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายแล้ว ในแถบเอเชีย
ทำไม คุณ Bang Si-hyuk ถึงเลือกเจาะไปที่สหรัฐอเมริกา ?
แม้ว่าประเทศสหรัฐอเมริกา จะเป็นตลาดเพลงขนาดใหญ่ ที่เต็มไปด้วยศิลปินทรงอิทธิพลระดับโลก แต่ก็ไม่ใช่ใครก็ได้ ที่จะกอบโกยชื่อเสียงจากที่นี่
กระทั่งค่ายใหญ่อย่าง JYP ที่เคยมีความคิดจะลงเล่นในตลาดนี้ ยังเคยล้มเหลวมาแล้ว ซึ่งคุณ Bang Si-hyuk ก็ได้ประสบการณ์จากครั้งที่ร่วมงานกับค่ายใหญ่ จึงได้ตัดสินใจกระโดดเข้าสู่ความท้าทายนี้อีกครั้ง
ซึ่งถึง BTS จะไม่ใช่วงแรก ที่ก้าวเข้าไปติดชาร์ตเพลงในสหรัฐฯ เพราะมีรุ่นพี่อย่าง Girls' Generation หรือ Psy นำหน้าไปก่อนแล้ว แต่ถ้าดูในปัจจุบัน ความสำเร็จของ BTS ก็เรียกได้ว่าไม่แพ้กันเลย
แล้วอะไรที่ทำให้ BTS ต่างไปจากศิลปินอื่น จนครองใจแฟนคลับได้มากขนาดนี้ ?
สำหรับเรื่องนี้ เราอาจจะไม่ได้มีคำตอบที่ตายตัว และอาศัยองค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง ที่ทำให้มันเกิดขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นการเกิดขึ้นของ YouTube ที่ทำให้มิวสิกวิดีโอเพลง สามารถเป็นไวรัลได้ในชั่วข้ามคืน คอนเซปต์ของวง ที่ตอบโจทย์ของตลาดได้อย่างพอดิบพอดี
อย่างไรก็ตาม ส่วนหนึ่งของความสำเร็จนี้ ก็คงต้องมี คุณ Bang Si-hyuk ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวด ให้ผลงานออกมาสมบูรณ์แบบ และเขายังมักใส่อะไรใหม่ ๆ ลงไปในชิ้นงาน เช่น พอเขาอ่านนิยายไซไฟ ก็นำเนื้อหามาผสมผสานเข้ากับมิวสิกวิดีโอ หรือการใส่ Easter eggs จนเกิดการนำมาวิเคราะห์และพูดถึงต่อในหมู่แฟนคลับ
ในขณะเดียวกัน เขาก็ยังให้อิสระกับศิลปิน อย่างในเรื่องของการสื่อสารกับแฟนคลับผ่านโซเชียลมีเดีย ที่จะปล่อยให้ตัวศิลปินเป็นคนดูแลเอง ทำให้เหล่าแฟนคลับรู้สึกใกล้ชิดกับศิลปินมากขึ้น รวมถึงยังเปิดให้ศิลปินมีส่วนร่วมกับการทำเพลง ซึ่งส่งผลให้เราได้เห็นพัฒนาการและด้านต่าง ๆ ของชีวิต ผ่านผลงาน
และอีกหนึ่งกุญแจของความสำเร็จ ก็คือ “แฟนคลับ”
คุณ Bang Si-hyuk มองว่า เมื่อการเป็นนักร้อง คือการสื่อสารอย่างหนึ่ง ซึ่งเมื่อก่อน แฟนคลับก็แค่คนรับสาร แต่ปัจจุบันไม่ใช่แล้ว เพราะพวกเขายังสามารถมีส่วนร่วม และถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ศิลปินเติบโตด้วย
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ทำให้อดีตค่ายเล็ก ๆ กลายมาเป็นบริษัทที่ใหญ่สุดในวงการเพลงของเกาหลีใต้ หลังจากเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ในเดือนตุลาคม ปี 2020
ที่สำคัญ Big Hit Entertainment หรือ HYBE ยังใหญ่กว่า มูลค่าของ 3 ค่ายใหญ่ในอดีตรวมกันเสียอีก
เราลองมาดูขนาดและผลประกอบการ ปี 2020 ของแต่ละค่าย
HYBE มูลค่าบริษัท 4 แสนล้านบาท รายได้ 22,500 ล้านบาท
SM Entertainment มูลค่าบริษัท 0.5 แสนล้านบาท รายได้ 16,390 ล้านบาท
JYP Entertainment มูลค่าบริษัท 0.5 แสนล้านบาท รายได้ 4,080 ล้านบาท
YG Entertainment มูลค่าบริษัท 0.3 แสนล้านบาท รายได้ 7,210 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ก็มีหลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่า BTS จะเป็นเพียงความสำเร็จเดียวของค่ายหรือไม่ ซึ่งจากที่เห็น HYBE เองก็มีความพยายามที่จะขยายอาณาจักรของตัวเองให้กว้างใหญ่ขึ้น
ในปี 2020 เข้าซื้อค่ายเพลง Pledis และ KOZ
ในปี 2021 ลงทุนในบริษัทสื่อและโฆษณา YG Plus พาร์ตเนอร์ทางกลยุทธ์กับ Universal Music Group รวมถึงดีลใหญ่แห่งปี อย่างการเข้าซื้อ Ithaca Holdings
อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2021 ที่ผ่านมา คุณ Bang Si-hyuk ได้ประกาศก้าวลงจากตำแหน่ง CEO ของ HYBE เพื่อที่จะหันมาโฟกัสในเรื่องเพลง แต่ยังนั่งเป็นกรรมการบริหารของบริษัทอยู่ เพื่อตัดสินในเรื่องทิศทางของบริษัท
ที่น่าสนใจคือ ผู้ที่มารับช่วง CEO ต่อ ก็คือ คุณ Jiwon Park ซึ่งเป็นอดีต CEO ของบริษัทเกม NEXON ในเกาหลีใต้ รวมถึงช่วงที่ผ่านมายังมีพนักงานหลายร้อยชีวิต ที่ย้ายมาจากบริษัทเทคโนโลยีดัง ๆ
ซึ่งถ้ามองเข้าไปใน HYBE ตอนนี้ คงไม่ใช่เป็นเพียงแค่ค่ายเพลงแล้ว เพราะมีบริษัทในเครือที่แตกย่อยออกไปหลายแขนง เช่น
HYBE 360 ดูแลการจัดคอนเสิร์ตและงานอีเวนต์ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงมีแผนที่จะทำคอนเทนต์อื่น ๆ อย่างภาพยนตร์ สารคดี เกมโชว์ด้วย
HYBE EDU ดูแลธุรกิจด้าน EdTech เผยแพร่คอนเทนต์การศึกษาสำหรับแฟนคลับ ที่ต้องการเรียนภาษาและวัฒนธรรม ของศิลปินที่ชื่นชอบ
HYBE IM พัฒนาโซลูชันของวงการเพลงผ่านเทคโนโลยีอื่น อย่างเกม AI รวมถึงเมตาเวิร์ส
Weverse แพลตฟอร์มแฟนดอม ที่มีการนำนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับแฟนคลับทั่วโลก
ซึ่งทั้งหมดนี้ ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของอาณาจักร HYBE เท่านั้น ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นน้อง ๆ ของบริษัทเทคโนโลยีเลยทีเดียว
และนี่ก็คือเรื่องราวชีวิตของคุณ Bang Si-hyuk ชายผู้สร้างประวัติศาสตร์หลาย ๆ อย่างให้กับวงการ K-POP
โดยถ้าเราได้ทำความรู้จักกับเขาแล้ว ก็คงรู้ว่าชีวิตคนเราไม่ได้มีแต่กราฟขึ้น
แม้ว่าจะเคยประสบความสำเร็จแล้วครั้งหนึ่ง วันต่อมาก็อาจจะล้มเหลวได้เช่นกัน
ขอเพียงแค่เรายังคงยึดมั่นในสิ่งที่เชื่อ ไม่แน่ว่าสักวันอาจเป็นวันของเราบ้าง ก็เป็นได้..
© 2022 Longtungirl. All rights reserved.