ทำไม ร้านอาหารหรูหลายแห่ง ถึงเลือกเสิร์ฟน้ำดื่ม Acqua Panna
Business

ทำไม ร้านอาหารหรูหลายแห่ง ถึงเลือกเสิร์ฟน้ำดื่ม Acqua Panna

14 มี.ค. 2022
ทำไม ร้านอาหารหรูหลายแห่ง ถึงเลือกเสิร์ฟน้ำดื่ม Acqua Panna /โดย ลงทุนเกิร์ล
เคยสังเกตกันไหมคะว่า เวลาที่ไปทานอาหารตามโรงแรม หรือร้านอาหารหรู น้ำดื่มที่นิยมถูกนำมาเสิร์ฟคู่กับอาหารหรือไวน์ มักจะเป็นน้ำแร่ของแบรนด์ “Acqua Panna” ซึ่งมีราคาสูงกว่าน้ำดื่มทั่ว ๆ ไป
แน่นอนว่าเรื่องนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับรูปร่างของขวดที่ดูหรูหรือราคา เพียงอย่างเดียว
แล้วทำไมร้านอาหารเหล่านี้ถึงนิยมใช้น้ำแร่ Acqua Panna ?
และเรื่องราวต้นกำเนิดของ Acqua Panna เป็นอย่างไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
เรื่องราวของแบรนด์ Acqua Panna นั้นเริ่มต้นขึ้นจากประเทศอิตาลี บนเนินเขาในแคว้นตอสคานา
พื้นที่อันอุดมสมบูรณ์ ด้วยแหล่งน้ำและสัตว์ป่านานาชนิด
แถมยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีที่ดินราคาสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของอิตาลี เนื่องจากความรุ่งเรืองของการปลูกองุ่นสำหรับทำไวน์
โดยในช่วงต้นทศวรรษ 1400 ตระกูลเมดีชี ที่กุมอำนาจทางการเมืองในฟลอเรนซ์ในขณะนั้น ก็ได้ทำการกว้านซื้อ และครอบครองที่ดินในตอสคานา กว่า 7,588 ไร่ เพื่อใช้เป็นเขตสำหรับล่าสัตว์
ซึ่งในเวลาต่อมา ตระกูลเมดีชีก็ได้มีการทำท่อส่งน้ำ จากแหล่งน้ำพุธรรมชาติที่อยู่ใกล้ ๆ เพื่อนำมาใช้บริโภคกันเองภายในครอบครัว
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ในทศวรรษ 1860 ที่ดินผืนนี้ก็ได้ถูกเปลี่ยนมือ มาอยู่กับภรรยาขุนนางแห่ง Torrigiani ซึ่งได้เปลี่ยนพื้นที่บางส่วนให้เป็น บ้านพักสุดหรูริมทะเลสาบ ที่ชื่อว่า “Villa Panna” และเปลี่ยนพื้นที่เพาะปลูกหลัก ให้กลายเป็นแหล่งผลิตน้ำแร่
รวมถึงมีการบรรจุน้ำแร่ใส่ “ขวดโหลปากแคบ” ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับขวดไวน์เคียนติ (Chianti) ไวน์ท้องถิ่นที่ถูกผลิตขึ้นในละแวกใกล้ ๆ กัน
โดยในขณะนั้น น้ำดื่มนี้จะถูกส่งออกไปขายรอบเมืองฟลอเรนซ์ ด้วยม้าลากเกวียน ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้น “ธุรกิจน้ำดื่ม” จาก Villa Panna นั่นเอง
ต่อมา เมื่อเรื่องราวดำเนินเข้าสู่ปลายทศวรรษ 1920 กรรมสิทธิ์ของที่ดินตรงนี้ก็ถูกเปลี่ยนไปอีกครั้ง โดยตกไปอยู่ในมือของตระกูล Contini Bonacossi
ซึ่งในปี 1938 พวกเขาได้ก่อตั้งบริษัทน้ำแร่ในชื่อ “Acqua Panna” ขึ้น แต่หลังจากก่อตั้งมาได้ไม่ถึง 1 ปี กิจการก็ต้องสะดุดลง เพราะสงครามโลกครั้งที่ 2
จนกระทั่งสงครามสิ้นสุด พวกเขาจึงกลับมาซ่อมแซมโรงงาน และสถานที่ผลิตน้ำแร่ให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง
ทำให้ธุรกิจน้ำแร่กลับมาดำเนินกิจการอีกครั้งในปี 1951
อย่างไรก็ตาม 8 ปีต่อมา บริษัท Sanpellegrino ที่ทำธุรกิจเครื่องดื่มเหมือนกัน ได้เข้าซื้อโรงงาน Acqua Panna และเปิดตัวแบรนด์น้ำแร่ Acqua Panna อีกครั้ง ในฐานะน้ำดื่มในขวดพลาสติกรายแรกของอิตาลี
ซึ่งต่อมาในปี 1997 บริษัท Sanpellegrino ก็ได้ถูกบริษัท Nestlé ซื้อกิจการ ทำให้แบรนด์ Acqua Panna ถูกรวมเข้าไปอยู่ภายใต้ร่มของบริษัท Nestlé เช่นกัน
สำหรับในปัจจุบัน Acqua Panna มีกำลังการผลิตกว่า 300 ล้านลิตรต่อปี โดย 30% ของการผลิตทั้งหมด จะถูกส่งออกไปกว่า 120 ประเทศทั่วโลก
ที่น่าสนใจคือ ถึงแม้ในตอนนี้ จะมีแบรนด์น้ำแร่ที่เกิดขึ้นใหม่ มาให้เลือกเต็มท้องตลาด
แต่ Acqua Panna ก็ยังถือเป็นตัวเลือกอันดับแรก ๆ ของผู้ที่ชื่นชอบการดื่มน้ำแร่ หรือแม้กระทั่งในกลุ่มธุรกิจร้านอาหารหรู ซึ่งมักจะนำน้ำแร่ Acqua Panna มาจับคู่กับมื้ออาหาร เพื่อชูรสชาติของอาหาร และทำให้รับรสชาติได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ที่สำคัญแบรนด์ Acqua Panna ยังได้รับการขนานนามจากเชฟดัง ๆ ทั่วโลก ว่าเป็นน้ำที่ทำให้รสชาติของอาหารไม่ผิดเพี้ยน
โดยน้ำแร่ Acqua Panna จะให้สัมผัสที่ลื่น และนุ่มเหมือนเนื้อกำมะหยี่ จนถูกเรียกว่าเป็น Fine Dining Water
รวมไปถึงยังมีการสอนวิธีการดื่มน้ำแร่ Acqua Panna ที่ถูกต้อง เพื่อเปิดประสบการณ์การดื่มน้ำแบบใหม่ โดยสถาบันพัฒนาซอมเมลิเยร์ หรือผู้เชี่ยวชาญที่คอยแนะนำไวน์และเครื่องดื่มให้กับลูกค้า อย่าง Association de la Sommellerie Internationale
ซึ่งทางแบรนด์ ก็แนะนำให้ดื่มน้ำแร่ Acqua Panna โดยที่ไม่ใส่น้ำแข็งหรือเลมอน ที่อุณหภูมิระหว่าง 12 - 18 องศาเซลเซียส เพื่อให้ได้รสชาติของน้ำที่ดีที่สุด
อีกเรื่องที่น่าสนใจ ก็คือ Water Library ร้านอาหารหรูในประเทศไทย ที่มาในคอนเซปต์ “บาร์น้ำแร่” เน้นการจับคู่อาหารกับน้ำแร่ ซึ่งคล้ายกับการจับคู่อาหารกับไวน์
โดยมีการรวบรวมน้ำแร่มากกว่า 50 ประเภท จาก 10 แบรนด์น้ำแร่ทั่วโลก มารวมไว้อยู่ที่ร้าน
ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะมีการเลือกจับคู่น้ำแร่ Acqua Panna กับอาหารในร้านหลายชนิดเลยทีเดียว
ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่ออกรสจัด อาหารรสหวาน รวมถึงอาหารจำพวกปลาหรืออาหารทะเล
เพราะน้ำแร่แบรนด์นี้มีค่า pH ประมาณ 8.0 ซึ่งถือว่ามีความเป็นเบสค่อนข้างมาก และยังมีความสามารถในการช่วยดึงรสชาติของอาหารออกมาได้อย่างดี
ในขณะเดียวกัน น้ำแร่ Acqua Panna ยังเหมาะกับการดื่มคู่กับ Sparkling Wine หรือไวน์ที่มีรสชาติเบา
อย่างไวน์ขาวที่มีรสชาติของผลไม้อ่อน ๆ เช่น Sauvignon Blanc และ Chardonnay ซึ่งจะช่วยดึงรสชาติ และทำให้ต่อมรับรสทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพกว่าน้ำแร่ทั่ว ๆ ไป
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คงเข้าใจแล้วว่าทำไมจึงมีคนที่ยอมจ่ายให้กับ “น้ำเปล่า” ที่ราคาสูงกว่าน้ำเปล่าทั่ว ๆ ไป
ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดของน้ำขวดนี้ ก็ทำให้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Acqua Panna ไม่ใช่เพียงน้ำเปล่าทั่ว ๆ ไป
แต่ยังมีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่โดดเด่น
จนทำให้แม้ว่าเวลาจะผ่านมากว่า 162 ปี
ชื่อของ Acqua Panna ก็ยังคงได้รับการยอมรับ
และยากที่จะหาใครมาแทนที่..
© 2022 Longtungirl. All rights reserved.