ทำไม “เปอร์โตริโก” ถึงเป็นดินแดนที่ผลิต ศิลปินระดับโลกได้มากมาย
Business

ทำไม “เปอร์โตริโก” ถึงเป็นดินแดนที่ผลิต ศิลปินระดับโลกได้มากมาย

15 ก.พ. 2026
ทำไม “เปอร์โตริโก” ถึงเป็นดินแดนที่ผลิต ศิลปินระดับโลกได้มากมาย /โดย ลงทุนเกิร์ล
รู้หรือไม่คะว่า Despacito เพลงที่มียอดวิวสูงสุดเป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นผลงานของนักร้องชาวเปอร์โตริโก
หรือจะเป็นศิลปินคนล่าสุดที่ขึ้นโชว์ Super Bowl Halftime Show อย่าง Bad Bunny ก็มาจากเกาะเล็ก ๆ แห่งนี้เช่นกัน
ใครจะไปคิดว่า ทั้งที่เปอร์โตริโกมีขนาดเพียง 9,104 ตารางกิโลเมตร ขนาดใกล้เคียงกับพื้นที่ของจังหวัดนครสวรรค์ และมีประชากรเพียงแค่ 3.2 ล้านคน จะผลิตศิลปินระดับโลกได้มากขนาดนี้
เรื่องนี้น่าสนใจอย่างไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
เปอร์โตริโก เป็นคำที่มาจากภาษาสเปน แปลว่า “เกาะแห่งความร่ำรวย” มีภูมิประเทศเป็นเกาะ ตั้งอยู่ในทะเลแคริบเบียน มหาสมุทรแอตแลนติก
ในปี 1509 สเปนได้เข้ามายึดครองเกาะแห่งนี้ และปกครองอยู่นานเกือบ 400 ปี จนกระทั่งปลายศตวรรษที่ 19 หลังจากแพ้สงครามต่อสหรัฐอเมริกา สเปนจึงต้องยกเกาะเปอร์โตริโกให้แก่สหรัฐอเมริกา
ปัจจุบัน เปอร์โตริโกจึงเป็นดินแดนในเครือจักรภพของสหรัฐอเมริกา หรืออธิบายง่าย ๆ คือ เป็นเขตปกครองพิเศษที่อยู่ภายใต้สหรัฐอเมริกานั่นเอง
อย่างไรก็ตามแม้จะอยู่ภายใต้สหรัฐอเมริกา แต่รากวัฒนธรรมที่สเปนวางไว้ ทั้งด้านการศึกษา, เศรษฐกิจ, การเมือง และสังคมยังคงฝังแน่นอยู่ 
ทำให้เปอร์โตริโกยังมีกลิ่นอายในความเป็นสเปนอยู่สูงมาก ทั้งในเรื่องภาษาและวัฒนธรรม เหมือนกับประเทศอื่น ๆ ในอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ที่เราเรียกกันรวม ๆ ว่า “กลุ่มลาตินอเมริกา” ซึ่งก็เคยตกเป็นอาณานิคมของสเปนมาก่อนเช่นกัน
ยกเว้นเพียงแค่ประเทศบราซิลที่เคยอยู่ภายใต้การปกครองของโปรตุเกส แต่โดยรวมแล้ววัฒนธรรมของประเทศเหล่านี้ ก็ยังมีความคล้ายคลึงกันอยู่
ที่สำคัญ ประเทศในลาตินอเมริกาส่วนใหญ่ รวมถึงเปอร์โตริโก ก็ยังคงใช้ภาษาสเปนเป็นภาษาราชการ
จึงทำให้ภาษาสเปน กลายเป็นหนึ่งในภาษาที่มีคนพูดมากที่สุดของโลก
นั่นหมายความว่า ศิลปินเปอร์โตริโกไม่ได้ร้องเพลงให้คนเพียง 3.2 ล้านคนฟัง แต่กำลังสื่อสารกับตลาดลาตินทั้งภูมิภาค ซึ่งมีผู้ฟังหลายร้อยล้านคน
แต่สิ่งที่ทำให้ดนตรีของเปอร์โตริโกโดดเด่นเป็นพิเศษ นั่นก็คือ การเป็นต้นกำเนิดของแนวเพลง Reggaeton 
จุดเด่นของ Reggaeton คือ เสียงจังหวะกลองที่เป็นเอกลักษณ์ ผสมผสานระหว่างดนตรีเรกเก้ ฮิปฮอป และจังหวะลาตินท้องถิ่น
ที่น่าสนใจคือแนวเพลงนี้ ยังเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของ “ความขบถ” โดยเป็นเครื่องมือสะท้อนสังคม เสียดสีการเมือง และแสดงออกถึงตัวตน ความคิดของคนในเปอร์โตริโก คล้ายกับวัฒนธรรมฮิปฮอปในสหรัฐอเมริกา
เมื่อจังหวะที่ติดหู ผสมกับภาษาสเปนที่มีเสน่ห์ด้านสำเนียง จึงเกิดเป็นแนวดนตรีที่ทรงพลัง และแพร่กระจายไปทั่วโลก
อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้กัน ก็คือ การที่เปอร์โตริโกเป็นดินแดนในเครือจักรภพของสหรัฐอเมริกา และถือพาสปอร์ตของสหรัฐอเมริกา ทำให้สามารถเดินทางเข้าสู่สหรัฐอเมริกาได้ไม่ยาก 
ซึ่งปัจจุบันมีชาวเปอร์โตริโกและคนที่มีเชื้อสายเปอร์โตริโกอยู่ในสหรัฐอเมริกากว่า 6 ล้านคน 
สิ่งนี้ทำให้ศิลปินเปอร์โตริโกมีโอกาสเข้าถึงตลาดเพลงของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเหมือนประตูสู่ตลาดเพลงระดับโลก ได้ง่ายกว่าศิลปินลาตินจากประเทศอื่นด้วย
ตัวอย่างศิลปินชาวเปอร์โตริโกที่สามารถสร้างชื่อเสียงในระดับโลก ถ้าวัดจากยอดวิวใน YouTube
- Luis Fonsi เจ้าของเพลง Despacito มียอดวิวกว่า 8.9 พันล้านครั้ง
- Daddy Yankee เพลง Con Calma มียอดวิวกว่า 3.1 พันล้านครั้ง
- Don Omar เพลง Danza Kuduro มียอดวิวกว่า 1.6 พันล้านครั้ง
หรือถ้าดูจากสถิติ Spotify จะพบว่า Bad Bunny เป็นศิลปินที่มียอดสตรีมสูงสุดใน Spotify ทั่วโลกประจำปี 2025 โดยมียอดสตรีมมากกว่า 19.8 พันล้านครั้งตลอดทั้งปี และเป็นการครองอันดับ 1 ครั้งที่ 4 หลังเคยได้ตำแหน่งนี้ในปี 2020, 2021, 2022
ความนิยมของ Bad Bunny สะท้อนให้เห็นว่าคนชาติอื่น ๆ ทั่วโลกที่ไม่ได้ใช้ภาษาสเปนก็ยังสนุกกับเพลงได้ แม้อาจไม่เข้าใจเนื้อหาของเพลง เพราะนี่คือพลังของวัฒนธรรมที่แข็งแรงพอจะข้ามกำแพงภาษา
อ่านมาถึงตรงนี้ เรื่องราวของศิลปินชาวเปอร์โตริโกถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เพราะพวกเขาสามารถใช้สิ่งที่เป็นต้นทุนของตนเองอย่าง “ภาษา” และ “จังหวะดนตรีท้องถิ่น” ต่อยอดสู่เวทีโลก 
จนสามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม ทำให้บทเพลงกลายเป็นเพลงฮิตติดหู โดยไม่ต้องพยายามเลียนแบบใคร
และก็ไม่แน่ว่า เพลงลาตินที่เรากำลังฟังอยู่ตอนนี้ เสียงนั้น อาจมาจากศิลปินชาวเปอร์โตริโกก็เป็นได้..
References :
- Theculturetrip, Nbcnews, Youtube, Spotify, Washingtonpost
© 2026 Longtungirl. All rights reserved. Privacy Policy.