ทำไม เบเกิล ถึงเป็นเมนูอาหารที่โด่งดัง ของเมืองนิวยอร์ก
Food

ทำไม เบเกิล ถึงเป็นเมนูอาหารที่โด่งดัง ของเมืองนิวยอร์ก

1 พ.ค. 2022
ทำไม เบเกิล ถึงเป็นเมนูอาหารที่โด่งดัง ของเมืองนิวยอร์ก /โดย ลงทุนเกิร์ล
“เบเกิล” หรือขนมปังทรงกลมที่มีรูตรงกลาง รูปทรงคล้ายโดนัท ถือเป็นเมนูอาหารขึ้นชื่อของนิวยอร์ก
โดยเฉพาะ เบเกิลสอดไส้ครีมชีสและแซลมอนรมควัน ต้องมีชื่อติดในลิสต์อาหารที่ห้ามพลาดอย่างแน่นอน
เพราะแม้ว่ามหานครแห่งนี้จะเป็นสวรรค์ของนักกิน ที่มีรสชาติอาหารจากทั่วทุกมุมโลก
แต่เบเกิล ก็ยังคงเป็นเมนูโปรดของชาวอเมริกัน จนโด่งดังไปถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วโลก ที่ต้องแวะไปลิ้มรสเบเกิลสไตล์นิวยอร์กแท้ ๆ ในเมืองนี้สักครั้ง
แล้วเบเกิลพิเศษกว่าขนมปังทั่วไปอย่างไร ?
ทำไมถึงกลายเป็นเมนูชื่อดังของนิวยอร์ก ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
เบเกิล (Bagel) คือ เมนูขนมปังที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ให้เนื้อสัมผัสกรอบนอกนุ่มใน เปลือกภายนอกมีสีอมน้ำตาล เนื้อแป้งข้างในหนึบหนับ รสชาติเค็มเล็กน้อย มักจะโรยหน้าด้วยงาขาว งาดำ หรือเมล็ดพ็อปปี
ซึ่งรูปร่างหน้าตาของเบเกิล มองเผิน ๆ จะคล้ายคลึงกับโดนัท แต่ด้วยวิธีการทำ ที่นำไปต้มในน้ำเดือดก่อน แล้วนำไปอบต่อ จึงทำให้เนื้อสัมผัสของเบเกิล มีความแน่นกว่าโดนัทและขนมปังทั่วไป
นอกจากนี้ จุดเด่นของเบเกิล ยังอยู่ที่การนำขนมปังมาผ่าครึ่งในแนวนอน เพื่อสอดไส้ด้วยของหวาน เช่น สตรอว์เบอร์รีและครีม หรือของคาว เช่น แซลมอนรมควันและหอมใหญ่ ก็เข้ากันได้อย่างลงตัว
แต่ที่น่าสนใจคือ แม้จะเป็นเมนูอาหาร ที่ขึ้นชื่อของนิวยอร์ก
เบเกิล กลับไม่ได้ถูกคิดค้นโดยชาวอเมริกัน
โดยอ้างอิงจากหนังสือ The Bagel: The Surprising History of a Modest Bread
พบว่า ต้นกำเนิดของเบเกิล เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1683 โดยคนทำขนมปังในเวียนนา ประเทศออสเตรีย
ซึ่งเขาได้คิดค้นเบเกิล เพื่อเป็นเครื่องบรรณาการ และเป็นเกียรติแด่ชัยชนะของ Jan III Sobieski กษัตริย์แห่งโปแลนด์ในขณะนั้น ที่ได้นำทัพปกป้องออสเตรีย จากการรุกรานของทหารออตโตมัน
ทั้งนี้ สาเหตุที่เขาปั้นแป้งให้เป็นวงกลมและมีรูตรงกลาง ก็เพื่อให้มีรูปร่างเหมือนโกลนขี่ม้า เนื่องจากกษัตริย์พระองค์นี้ชื่นชอบการขี่ม้าเป็นพิเศษ นั่นเอง
ขณะเดียวกัน ก็มีอีกตำนานเล่าว่า แท้จริงแล้วต้นกำเนิดของเบเกิล เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1610 โดยชุมชนชาวยิวในกรากุฟ ประเทศโปแลนด์
ซึ่งเบเกิลถูกบันทึกไว้ว่า เป็นของขวัญสำหรับมอบให้ผู้หญิงที่กำลังจะคลอดบุตร เพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายต่าง ๆ
และแม้ว่าสองตำนานนี้ จะมีเรื่องเล่าที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันเบเกิลก็เป็นที่รู้จักในฐานะอาหารของชาวยิว
เรื่องนี้เป็นเพราะ ในช่วงทศวรรษ 1800 ชาวยิวจำนวนมาก ได้อพยพเข้ามาในสหรัฐอเมริกา โดยนำสูตรเบเกิลติดตัวมาด้วย
หลังจากนั้น ทั่วทุกมุมถนนของ Lower East Side’s Orchard และ Delancey ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีชาวยิวอาศัยอยู่จำนวนมาก ก็เต็มไปด้วยร้านเบเกิลเปิดใหม่
และเมื่อเวลาผ่านไป ความนิยมของเบเกิลก็ค่อย ๆ ขยายวงกว้างไปยังพื้นที่อื่น ๆ ทั่วนิวยอร์ก จนกลายเป็นอาหารชื่อดังของเมืองนี้ไปในที่สุด
หากถามว่า อะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้เบเกิลสไตล์นิวยอร์กมีชื่อเสียงโด่งดัง ?
อย่างแรกคือ “น้ำประปา”
เนื่องจาก น้ำ เป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตเบเกิล
ว่ากันว่าน้ำประปาของนิวยอร์กมีความนุ่มลิ้น ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเทือกเขา Catskill ส่งผ่านไปยังอุโมงค์ Central Park ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุเข้มข้น อย่างแคลเซียม และแมกนีเซียม
และด้วยส่วนประกอบทางเคมีของน้ำประปาในนิวยอร์ก ได้ส่งผลต่อกลูเทนในแป้ง ทำให้ได้เบเกิลที่อร่อยและเหนียวนุ่มขึ้น เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเบเกิลในนิวยอร์ก
ดังนั้น น้ำประปาของนิวยอร์กจึงมีส่วนทำให้เบเกิลมีรสชาติดี คล้ายกับการที่ร้านอาหารเลือกใช้น้ำแร่ ที่มีความเป็นเบสค่อนข้างมากกับอาหาร เพื่อช่วยดึงรสชาติของอาหารให้ออกมาดียิ่งขึ้นเช่นกัน
ที่น่าสนใจคือ ร้านเบเกิลบางแห่งในสหรัฐอเมริกา ถึงขั้นจัดส่งน้ำประปาจากนิวยอร์ก หรือติดตั้งระบบกรองน้ำ เพื่อพยายามเลียนแบบรสชาติเบเกิลสไตล์นิวยอร์กให้ใกล้เคียงที่สุด
ถัดมาคือ “กระบวนการต้มเบเกิล”
ขณะที่ ร้านเบเกิลหลายแห่งทั่วสหรัฐอเมริกา ใช้วิธีนำแป้งเข้าเตาอบทันทีหลังจากรีดแป้ง เพื่อประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย แต่สำหรับร้านเบเกิลสไตล์นิวยอร์ก กลับให้ความสำคัญกับการต้มเบเกิลเป็นอย่างมาก
เพราะขั้นตอนการต้มแป้ง จะช่วยให้แป้งด้านนอกของเบเกิล มีเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม และเกิดสีน้ำตาลอ่อนมันวาวสวยงาม เมื่อนำไปอบ
นอกจากนี้ บางร้านยังมีการใส่ข้าวบาร์เลย์ลงไปในน้ำต้มแป้ง ซึ่งช่วยเพิ่มรสชาติให้กับเบเกิลอีกด้วย
สุดท้าย “ไส้เบเกิล” อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของเมนูนี้
แม้ว่าชาวอเมริกัน จะชื่นชอบอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต และบริโภคขนมปังเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ด้วยจุดเด่นของเบเกิล ที่เข้ากันได้ดีกับทั้งของหวานและของคาว ก็ส่งผลให้มันกลายเป็นเมนูอาหารยอดนิยม
โดยเฉพาะไส้เบเกิลอย่างเนื้อปลา จะเป็นท็อปปิงที่ขายดีของทุกร้าน เช่น แซลมอนรมควันและปลาเฮอร์ริง ซึ่งมักจะถูกจับคู่กับครีมชีส ที่ช่วยเติมเต็มความกลมกล่อมและเข้ากับเนื้อปลาได้เป็นอย่างดี
ต่อมา เมื่อมาดูที่ราคาของเบเกิลในนิวยอร์ก แน่นอนว่าแต่ละร้านก็จะมีราคาแตกต่างกันออกไป
ยกตัวอย่าง ร้าน Ess-a-bagel ร้านเบเกิลชื่อดังในนิวยอร์ก จะมีราคาอยู่ที่ประมาณ 8-15 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 275-520 บาท
ซึ่งหลายคนอาจมองว่า เบเกิลมีราคาที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับค่าเงินบาท
แต่หากลองเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำของชาวนิวยอร์ก ที่ตกชั่วโมงละ 13.20 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 455 บาท จะเห็นได้ว่า ราคาของเบเกิลถือว่า อยู่ในช่วงราคาอาหาร ที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ในเมืองนี้
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ คงเข้าใจแล้วว่า ทำไมเบเกิลถึงเป็นเมนูอาหารที่โด่งดังของนิวยอร์ก ในขณะที่มีตัวเลือกอาหารมากมายจนนับไม่ถ้วน
และถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองนี้ ที่หากใครมีโอกาสได้ไปเยือนนิวยอร์ก ก็อย่าลืมแวะไปลิ้มลองเบเกิลต้นตำรับสักครั้งนะคะ..
© 2022 Longtungirl. All rights reserved.