รู้จัก สตาร์ตอัปไทย ที่ทำ “นมงา 100%” เจ้าแรกของโลก
Business

รู้จัก สตาร์ตอัปไทย ที่ทำ “นมงา 100%” เจ้าแรกของโลก

17 ก.ค. 2022
รู้จัก สตาร์ตอัปไทย ที่ทำ “นมงา 100%” เจ้าแรกของโลก /โดย ลงทุนเกิร์ล
นมที่ทำมาจากพืช หรือ Plant-Based Milk กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยพืชส่วนใหญ่ที่นิยมนำมาทำนม Plant-Based ก็เช่น อาลมอนด์, ถั่วเหลือง, ข้าวโอ๊ต, ข้าว, เเมคาเดเมีย และพิสตาชิโอ
และรู้หรือไม่ว่า “งา” ก็สามารถนำมาทำเป็นน้ำนมได้
สำหรับบางคน อาจเคยเห็นนมสูตรที่มีส่วนผสมของเมล็ดงาให้เห็นกันอยู่แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเพียงแค่ส่วนผสมในน้ำนมเท่านั้น
แต่นมจากงาที่เรากำลังจะพูดถึง คือการนำเมล็ดงา มาสกัดให้เป็น นมงา 100% และที่สำคัญเป็นฝีมือของคนไทยด้วย
แล้ว นมงา 100% น่าสนใจอย่างไร ?
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
เกริ่นก่อนว่า งา เป็นพืชน้ำมัน
ซึ่งการจะสกัดเปลี่ยนพืชที่ให้น้ำมัน ไปเป็นน้ำนม ถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อนเลยทีเดียว
แต่บริษัทที่ทำเรื่องนี้ได้ เป็นรายแรกของโลก กลับเป็นบริษัทไทย
ซึ่งก็คือ “บริษัท เซซามิลค์ ฟู้ดส์ จำกัด” ผู้ผลิตนมงา 100% แบรนด์ “SESAMILK”
เซซามิลค์ ฟู้ดส์ เป็นสตาร์ตอัปด้านเทคโนโลยีอาหารสัญชาติไทย ที่มุ่งเน้นในเรื่องของการสร้างนวัตกรรมอาหาร
โดยจุดเริ่มต้นของน้ำนมงา เกิดขึ้นจากคุณศิริเพ็ญ สุนทรมั่นคงศรี ผู้ร่วมก่อตั้ง มองเห็นว่าเวลาผู้คนบริโภคงา ส่วนใหญ่จะได้รับสารอาหารจากคุณประโยชน์ไม่เต็มที่
ทั้ง ๆ ที่งามีคุณประโยชน์สูง และเป็นแหล่งของสารอาหารที่หลากหลาย เช่น เซซามิน (Sesamin), เซซาโมลิน (Sesamolin), เซซามอล (Sesamol) ที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของเซลล์มะเร็ง
โดยที่เป็นแบบนี้ก็เพราะ งา มีเปลือกหุ้มเมล็ด ที่ร่างกายไม่สามารถย่อยได้
ดังนั้น เมื่อเราเคี้ยวไม่ละเอียดพอ ที่จะทำให้เมล็ดภายนอกแตกออก เราก็จะไม่ได้รับสารอาหารที่อยู่ภายในเมล็ดงา
ส่งผลให้ร่างกายดูดซึมคุณประโยชน์เหล่านั้นไปใช้ได้อย่างไม่เต็มที่
ซึ่งจากจุดนี้เอง ทำให้คุณศิริเพ็ญเกิดไอเดียว่า อยากเปลี่ยนเมล็ดงาให้อยู่ในรูปแบบของเหลว เพื่อที่จะให้สามารถดูดซึมได้ง่ายขึ้น และร่างกายจะได้รับคุณประโยชน์มากขึ้นด้วย
ประกอบกับการมองเห็นถึงโอกาสทางธุรกิจ ตามเทรนด์ตลาดโลก ที่ปัจจุบันเทรนด์ Plant-Based Milk กำลังเติบโต
แต่นมจากพืชส่วนใหญ่ที่อยู่ในท้องตลาดนั้น ยังมี Pain Point สำคัญอยู่
เช่น นมถั่วเหลืองที่คนส่วนใหญ่เริ่มมีอาการแพ้มากขึ้น
โดยมีข้อมูลบอกว่า คนที่แพ้นมวัว จะมีโอกาสแพ้นมถั่วเหลืองเพิ่มขึ้น 15-30%
หรืออย่างนมจากอาลมอนด์ ที่ต้องใช้น้ำและปุ๋ยในการเพาะปลูกจำนวนมาก และบางครั้งยังต้องใช้ยาฆ่าแมลง ซึ่งไม่ดีต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ในบางประเทศต้องจำกัดพื้นที่ในการเพาะปลูก
ในขณะที่งาเป็นพืชทนแล้ง ใช้น้ำน้อย ไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลง และเหมาะกับการเพาะปลูกในประเทศไทย
นี่จึงเป็นเหตุผลที่คุณศิริเพ็ญ เลือกนำงามาทำเป็นน้ำนม Plant-Based จากงา 100%
และที่สำคัญคือ ยังไม่มีใครเคยทำมาก่อนอีกด้วย
ซึ่งแม้กระบวนการผลิต ในการเปลี่ยนพืชจากที่ให้น้ำมันไปเป็นน้ำนมนั้นค่อนข้างทำได้ยาก แต่คุณศิริเพ็ญก็มีผู้ช่วยเป็นสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการวิจัยและพัฒนา
โดยใช้เวลาทั้งหมด 2 ปี จนในที่สุดก็ได้ออกมาเป็น “ผลิตภัณฑ์น้ำนมงา 100%” แบรนด์ SESAMILK
ผลิตภัณฑ์ของ SESAMILK ถือว่าออกมาได้ตรงจังหวะ
เพราะผู้คนเริ่มบริโภคเพื่อสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น รวมถึงด้วยสถานการณ์โควิด 19 ก็ทำให้หลาย ๆ คน หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้นเช่นกัน
นี่จึงเป็นโอกาสของ SESAMILK ที่สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งสองทาง
ปัจจุบัน SESAMILK วางขายผลิตภัณฑ์ ทั้งในไทยและต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น, ฮ่องกง, จีน และล่าสุดคือสหรัฐอเมริกา ที่วางขายในแพลตฟอร์มช็อปปิงออนไลน์อย่าง Amazon
โดย SESAMILK สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ด้วยโมเดลแบบสตาร์ตอัป คือได้เงินทุนในปีแรกจากนักลงทุนสิงคโปร์ และกำลังหาธุรกิจเงินร่วมลงทุน (VC) มาให้เงินทุนในรอบต่อ ๆ ไป เพื่อพัฒนาและก้าวไปสู่การเป็น Global Brand
มาถึงตรงนี้ เรื่องหนึ่งที่ต้องชื่นชมสตาร์ตอัปไทยรายนี้ คือไอเดียในการทำสินค้า เพื่อออกมาเติมเต็มช่องว่าง ที่ยังไม่มีใครเคยเห็นในตลาด จนกลายเป็นโอกาสสำหรับการทำธุรกิจ
ก็ต้องติดตามต่อไปว่า สตาร์ตอัปไทยเจ้าของนมแบรนด์ SESAMILK รายนี้ จะไปได้อีกไกลแค่ไหน
แต่ที่แน่ ๆ การเป็นสตาร์ตอัปรายแรกของโลก ที่ทำน้ำนมงา 100% ได้สำเร็จ
ก็ถือเป็นความภาคภูมิใจของไทย ได้มากแล้ว..
© 2022 Longtungirl. All rights reserved.