ทำไม จานชาม “พอร์ซเลน” ถึงมีราคาสูง ตั้งแต่หลักพัน ถึงหลักหมื่น
historyLifestyle

ทำไม จานชาม “พอร์ซเลน” ถึงมีราคาสูง ตั้งแต่หลักพัน ถึงหลักหมื่น

5 ม.ค. 2023
Villeroy & Boch X ลงทุนเกิร์ล
รู้หรือไม่ว่า ชาวยุโรปในบางประเทศ มักจะนิยมเก็บ จานชามพอร์ซเลน เป็น “มรดก” ให้รุ่นลูกรุ่นหลาน
เพราะมันไม่เพียงจะมีมูลค่าสูงเท่านั้น แต่ยังเป็นเหมือนมรดกทางวัฒนธรรมของมนุษย์ในแต่ละยุคอีกด้วย
แล้วทำไม จานชาม “พอร์ซเลน” ถึงมีราคาสูง ?
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง..
พอร์ซเลน ถูกขนานนามให้เป็น “เซรามิกประเภทที่ดีที่สุด”
แถมยังนิยมใช้ตามโรงแรม ร้านอาหารหรู ไปจนถึงในบ้านเรือน
เพราะด้วยคุณสมบัติที่ไม่ธรรมดามากมาย ไม่ว่าจะเป็น
ความทนทาน ที่สูงกว่า เซรามิกทั่ว ๆ ไป
จึงทนต่อรอยขีดข่วน ไม่เปราะหักง่าย ใช้งานได้นาน
นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไม พอร์ซเลนที่ตกทอดเป็นมรดกมาหลายรุ่นก็ยังอยู่ในสภาพดี
อีกข้อดีสำคัญของพอร์ซเลน คือ “ไม่มีรูพรุน” หรือมีน้อยมาก ทำให้ไม่ดูดซึมน้ำ จึงไม่เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค
นอกจากนี้ ดินที่ใช้ทำพอร์ซเลน ยังมี “Kaolin” หรือ “ดินขาว” ผสมอยู่ในสัดส่วนที่สูงมาก
ทำให้มันทนความร้อนได้สูง และยังมีความแข็งแรง
แถมบรรดาพอร์ซเลนที่มีราคาแพง ก็จะนิยมใช้ ดินขาวที่มี “คุณภาพสูง” ที่พบได้ยาก ซึ่งมันจะแทบไม่มีสิ่งเจือปน และโลหะหนักผสมอยู่
ไม่เพียงแค่คุณสมบัติ และวัตถุดิบเท่านั้น ที่ทำให้พอร์ซเลนมีมูลค่าสูง
แต่กระบวนการผลิตก็ยังมีความซับซ้อน เช่น
- ผ่านการเผา หลายต่อหลายครั้ง
ด้วยอุณหภูมิสูง ตั้งแต่ 800-1,300 องศาเซลเซียส
ซึ่งแต่ละรอบก็จะใช้ความร้อนแตกต่างกันไป ตามเทคนิคของแต่ละแบรนด์
อีกทั้ง บางพอร์ซเลนยังต้องผ่านการอบร้อน เป็นเวลากว่า 1 เดือนครึ่ง ถึง 2 เดือนเลยทีเดียว
- ใช้เทคนิคขั้นสูง ในการสร้างลวดลายลงบนจาน เสมือนเป็น ผืนผ้าใบในงานศิลป์ ทำให้พอร์ซเลนแต่ละแบรนด์มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์ และยากต่อการเลียนแบบ
อีกเรื่องที่น่าสนใจ คือ แบรนด์พอร์ซเลน ราคาสูงหลาย ๆ แบรนด์ มักจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี
อย่างเช่น แบรนด์ Villeroy & Boch ที่มีอายุยาวนานถึง 274 ปี
ซึ่งเคยถูกใช้เป็นของขวัญสำหรับราชวงศ์ และพระสันตะปาปามาแล้ว
รวมถึง พอร์ซเลนของ Villeroy & Boch ยังถูกใช้แสดงถึงสถานะทางสังคมเมื่อมีแขกมาเยี่ยมเยียนบ้าน
แต่ไม่เพียงเท่านั้น เพราะด้วยความที่ Villeroy & Boch มีประวัติศาสตร์ยาวนาน
ดังนั้น พอร์ซเลนของ Villeroy & Boch จึงทำหน้าที่บรรจุเรื่องราว และเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์มาพร้อม ๆ กับตัวผลิตภัณฑ์ อย่างเช่น
การที่ Villeroy & Boch เป็นผู้ออกแบบและผลิตกระเบื้อง Mettlach Tiles อันถูกใช้ประดับบนพื้นของ “อาสนวิหารโคโลญ” สถานที่ชื่อดังและยังมีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์เยอรมนี และยังถูกใช้บนเรือเดินสมุทรในตำนานอย่าง Titanic อีกด้วย
หรือจะเป็น “คอลเลกชัน Audun”
ซึ่งมีลวดลายบอกเล่าเรื่องราวและวิถีชีวิตในยุคก่อตั้งแบรนด์ Villeroy & Boch เมื่อปี 1748 ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ในฝรั่งเศส ที่ชื่อ Audun-le-Tiche
โดยคอลเลกชันนี้จะมีจุดเด่นคือศิลปะภาพพิมพ์ที่มีอายุมากกว่า 200 ปี ประดับอยู่ตรงกลางจาน
ซึ่งจะมีทั้งหมด 4 แบบ ดังนี้
- Audun Ferme
ภาพวาดที่บันทึกเรื่องราวของฟาร์มในชนบท ซึ่งจะมีทั้งภาพการเลี้ยงวัว และทิวทัศน์ในสมัยนั้น
- Audun Chasse
ฉากการล่าสัตว์ในยุคนั้น ซึ่งเราจะได้เห็นทั้งเครื่องแต่งกายของผู้คน และวิถีชีวิตเมื่อ 200 ปีที่แล้ว
- Audun Fleur
แม้ว่าจะไม่มีภาพวาดตรงกลาง แต่เน้นเรื่องความสะอาดตา และดูหรูหราด้วย ขอบสีเหลืองสดใส
- Audun Promenade
รูปแบบของจานโชว์ให้เห็นความเงาใส ราวกับกระจกของตัวพอร์ซเลน
และยังมาพร้อมลายเส้นบนขอบจานที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีต
อีกคอลเลกชันที่น่าสนใจ คือ Manufacture Rock
ซึ่งได้แรงบันดาลใจจาก “หินชนวน” ที่ถือเป็นวัสดุที่มีลักษณะพื้นผิวที่โดดเด่น ทั้งทางสายตาและผิวสัมผัส
ในขณะเดียวกัน หินชนวนยังผูกพันกับวิถีชีวิตของผู้คนมาอย่างยาวนาน
โดยมักจะนิยมนำไปทำเป็นหินประดับ หรือ กระเบื้องสำหรับปูหลังคาบ้าน และอาจมีอายุการใช้งานนานถึง 200 ปี
ดังนั้น คอลเลกชัน Manufacture Rock จึงเปรียบเสมือนการหยิบเอาเรื่องราวของวัสดุเก่าแก่ มาถ่ายทอดใหม่ให้ทันสมัยมากขึ้น ผ่านการดิไซน์ พอร์ซเลนให้มีผิวสัมผัส และหน้าตาเหมือนหินจริง ๆ
โดยคอลเลกชันนี้จะมีทั้งหมด 2 สี คือ
สีดำ ที่ได้แรงบันดาลใจจากหินชนวนตามธรรมชาติ
และสีขาว ซึ่งออกแบบให้เป็นคู่สีตรงข้ามที่ตัดกัน เพื่อการพรีเซนท์อาหารและ Mix & Match กันอย่างสวยงาม
ที่สำคัญคือ แม้คอลเลกชันนี้จะไม่ได้มีการวาดลวดลายใด ๆ
แต่ด้วยความเรียบง่ายนี้เอง ที่ทำให้เมื่ออาหารถูกวางลงไป จะยิ่งดูโดดเด่นขึ้น ราวกับพอร์ซเลนเป็นเหมือนผืนผ้าใบดี ๆ ที่ช่วยเปลี่ยนมื้ออาหาร ให้กลายเป็นนิทรรศการศิลปะ
ซึ่งนอกจาก คอนเซปต์ของพอร์ซเลนแต่ละใบ จาก Villeroy & Boch จะล้ำลึกแล้ว คุณภาพสินค้าก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
โดยสินค้าทุกชิ้นของ Villeroy & Boch จะถูกผลิตขึ้นโดยช่างฝีมือในเยอรมนี
อีกทั้งยังมีความแข็งแรง และทนทานมาก
ที่สำคัญคือ แม้พอร์ซเลนของ Villeroy & Boch จะมีลวดลายอยู่เต็มจาน แต่ก็สามารถนำเข้าไมโครเวฟ และเครื่องล้างจานได้สบาย ๆ โดยไม่ทำให้พอร์ซเลนเสียหาย
ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ จึงไม่น่าแปลกใจว่า ทำไม พอร์ซเลน จากแบรนด์ Villeroy & Boch จึงได้รับความนิยม
จนถึงขนาดถูกส่งไปขายใน 125 ประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย
โดยล่าสุด ลงทุนเกิร์ลมีโอกาสได้เข้าร่วม Exclusive Event จากทาง Villeroy & Boch ที่คอลแลบกับ That Fat Kid Buddy ร้าน Chef's Table ชื่อดัง ของเชฟบัดดี้ ถมธนัตถ์ หทโยดม
ซึ่งภายในอิเวนต์นี้ จะมีการจับคู่เมนูอาหาร เข้ากับพอร์ซเลนจาก Villeroy & Boch อย่างเช่น
เมนู Snow Fish เสิร์ฟพร้อมข้าวเหนียวที่ผัดกับทรัฟเฟิล
ตามด้วยต้นกระเทียมที่ผ่านการซูวี แล้วค่อยนำมาย่าง
ซึ่งเชฟตั้งใจทำให้เมนู ดูสนุก และเข้าใจง่าย
แถมยังเลือกจับคู่เมนูนี้เข้ากับ จานในคอลเลกชัน Audun ที่มีกลิ่นอายของความ Antique และหรูหรา จนบางคนเข้าใจว่า จานลักษณะนี้ดูเข้าถึงยาก และหาโอกาสเหมาะ ๆ ในการใช้งานไม่ถูก
แต่จริง ๆ แล้ว ลวดลายเหล่านี้ สามารถนำมาใช้เสิร์ฟเมนูต่าง ๆ ให้ดูสนุกสนานขึ้นได้ และยังช่วยเติมเต็ม พื้นที่ว่างบนจานให้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นอีกด้วย
หรือจะเป็นเมนู Steak, Mash, Jus
สเต๊กเนื้อวากิว ที่เชฟเลือกจับคู่กับจานคอลเลกชัน Manufacture Rock
เนื่องจากจานนี้เต็มไปด้วยสีสันและรายละเอียด
ทั้งตัวสเต๊ก ที่ปรุงมาอย่างดี จนมี Pink Center
ตัดกับสีของน้ำซอสที่เคี่ยวมาเป็นอย่างดี จนมีสีน้ำตาลเข้ม
เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งบดเนื้อเนียนละเอียด สีเหลืองนวล และบรอกโคลีนี สีเขียวสด
ดังนั้น จานในคอลเลกชัน Manufacture Rock ที่มีดิไซน์ขาวสะอาดตา แต่เต็มไปด้วยดีเทลเหมือนหินจริง ๆ จึงทำให้จานเมนูอาหารดูไม่วุ่นวาย แต่กลับทำให้องค์ประกอบของอาหารในจานดูโดดเด่นขึ้น
ในขณะเดียวกัน ดีเทลลายหินที่ไม่มากจนเกินไปของ Manufacture Rock ก็ยังช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้เมนูจานนี้ดูไม่จืดชืดเกินไป..
สำหรับใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ และสนใจพอร์ซเลน จาก Villeroy & Boch สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Instagram: instagram.com/villeroyboch.thailand
Lazada: lazada.co.th/shop/villeroy-boch
Website: www.villeroy-boch.co.th
ส่วนถ้าใครอยากลองแวะไปชิมฝีมือของเชฟบัดดี้
ร้าน That Fat Kid Buddy จะเปิดให้จองโต๊ะ ในเดือนมกราคมนี้
และยังมาพร้อมคอนเซปต์ใหม่ที่เข้าถึงง่ายขึ้น และคงความสนุกสนานตามสไตล์เชฟบัดดี้
ด้วยการทำให้การทานอาหาร พาเราเดินทางย้อนกลับไปหารสชาติที่คุ้นเคยในวัยเด็กอีกครั้ง
https://www.tablecheck.com/en/that-fat-kid-buddy-bkk/reserve
© 2022 Longtungirl. All rights reserved.