
Health & BeautyBusiness
Kantima Salon จากพนักงานประจำ สู่ ร้านทำเล็บคิวทอง
16 ต.ค. 2020
Kantima Salon จากพนักงานประจำ สู่ ร้านทำเล็บคิวทอง /โดย ลงทุนเกิร์ล
สาวๆ คนไหนที่เป็นขาประจำของร้านทำเล็บ น่าจะรู้จักร้าน Kantima Salon
ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นร้านที่คิวทองสุดๆ เพราะต้องโทรศัพท์จองล่วงหน้าเท่านั้น
มีเหล่าคนดังแวะเวียนไปทำอยู่บ้าง เช่น เต้ย จรินทร์พร และ อิ้งค์ วรันธร
ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นร้านที่คิวทองสุดๆ เพราะต้องโทรศัพท์จองล่วงหน้าเท่านั้น
มีเหล่าคนดังแวะเวียนไปทำอยู่บ้าง เช่น เต้ย จรินทร์พร และ อิ้งค์ วรันธร
ที่น่าสนใจคือ ร้าน Kantima Salon แม้จะเปิดมาได้เพียง 3 ปี
แต่กลับสามารถทำรายได้ถึงหลักแสนต่อเดือน
นอกจากนี้ ทั้งร้านยังมีพนักงานอยู่แค่ 1 คนเท่านั้น
แต่กลับสามารถทำรายได้ถึงหลักแสนต่อเดือน
นอกจากนี้ ทั้งร้านยังมีพนักงานอยู่แค่ 1 คนเท่านั้น
เรื่องราวของ Kantima Salon เป็นอย่างไร?
แล้วอะไรเป็นทำให้ร้านทำเล็บเล็กๆ ประสบความสำเร็จได้ถึงขนาดนี้?
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟังค่ะ
แล้วอะไรเป็นทำให้ร้านทำเล็บเล็กๆ ประสบความสำเร็จได้ถึงขนาดนี้?
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟังค่ะ
เจ้าของและพนักงานคนเดียวของร้าน Kantima Salon ก็คือ คุณเกรซ กานติมา บรรจบดี
ปัจจุบันคุณเกรซ อายุ 26 ปี เรียนจบจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ ภาควิชาเเฟชั่นดีไซน์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
หลังเรียนจบเธอก็เริ่มทำงานประจำตามปกติ
แต่ทำได้ไม่นาน คุณเกรซก็ตัดสินใจ “ลาออก”
แต่ทำได้ไม่นาน คุณเกรซก็ตัดสินใจ “ลาออก”
โดยเธอเล่าว่า ตอนนั้น สิ่งที่ทำให้กล้าตัดสินใจลาออกจากงานประจำ มาทำร้านของตัวเอง
คือ ความรู้สึกอยากออกมาลุยกับตัวเองสักตั้ง และอยากทำอะไรเป็นของตัวเองสักอย่าง
คือ ความรู้สึกอยากออกมาลุยกับตัวเองสักตั้ง และอยากทำอะไรเป็นของตัวเองสักอย่าง
พอลาออก รุ่นพี่ก็ชวนคุณเกรซ มาเปิดโซนทำเล็บที่ร้านเสื้อผ้าในสยาม
เนื่องจากตอนเรียนมหาวิทยาลัย คุณเกรซรับทำเล็บให้เพื่อนในคณะ
และได้เปิดบัญชีอินสตาแกรมชื่อ Kantima Salon คอยลงรูปผลงานของเธอ
และได้เปิดบัญชีอินสตาแกรมชื่อ Kantima Salon คอยลงรูปผลงานของเธอ
แรกๆ ก็ยังมีคนติดตามไม่มาก
แต่พอเริ่มออกมาทำเป็นร้าน และรับลูกค้าคนนอก
จึงเกิดการแนะนำแบบปากต่อปาก
เพราะจุดเด่นของคุณเกรซก็คือ ลายเล็บที่ออกแบบเอง
ทำให้ไม่นาน ฝีมือการทำเล็บของคุณเกรซ ก็เริ่มเป็นที่รู้จัก
แต่พอเริ่มออกมาทำเป็นร้าน และรับลูกค้าคนนอก
จึงเกิดการแนะนำแบบปากต่อปาก
เพราะจุดเด่นของคุณเกรซก็คือ ลายเล็บที่ออกแบบเอง
ทำให้ไม่นาน ฝีมือการทำเล็บของคุณเกรซ ก็เริ่มเป็นที่รู้จัก
คุณเกรซยังบอกอีกว่า ในช่วงเริ่มธุรกิจ แทบจะไม่ใช้เงินทุนเลย
เพราะร้านเป็นเเค่ซุ้มเล็กๆ เปิดอยู่ในร้านเสื้อผ้าของรุ่นพี่
ดังนั้นอุปกรณ์ที่ใช้ จึงเป็นน้ำยาที่ซื้อสะสมไว้ทำให้ตัวเองอยู่เเล้ว
เมื่อได้กำไรมา จึงค่อยซื้อของเพิ่ม ต่อยอดร้านไปเรื่อยๆ
เพราะร้านเป็นเเค่ซุ้มเล็กๆ เปิดอยู่ในร้านเสื้อผ้าของรุ่นพี่
ดังนั้นอุปกรณ์ที่ใช้ จึงเป็นน้ำยาที่ซื้อสะสมไว้ทำให้ตัวเองอยู่เเล้ว
เมื่อได้กำไรมา จึงค่อยซื้อของเพิ่ม ต่อยอดร้านไปเรื่อยๆ
สำหรับคนที่ฝันอยากเป็น ธุรกิจของตัวเอง
คุณเกรซได้แชร์มุมมองระหว่าง “งานประจำ” กับ “ธุรกิจส่วนตัว” ว่า
คุณเกรซได้แชร์มุมมองระหว่าง “งานประจำ” กับ “ธุรกิจส่วนตัว” ว่า
งานประจำจะเป็นการทำงานแบบรูทีน คือรู้ว่าทำงานตอนนี้เลิกตอนไหน
ข้อดีคือสามารถเเบ่งเวลาได้
ข้อดีคือสามารถเเบ่งเวลาได้
เเต่ธุรกิจส่วนตัว เราเเทบจะต้องอยู่กับมันตลอด 24 ชม.
ข้อดีคือมีความสุข ที่ได้คิดไอเดียใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา เเละได้นำไอเดียนั้นมาใช้จริง
ข้อดีคือมีความสุข ที่ได้คิดไอเดียใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา เเละได้นำไอเดียนั้นมาใช้จริง
ซึ่งไม่ว่าจะเป็นงานประจำหรือธุรกิจส่วนตัว
จริงๆ แล้ว คุณเกรซมองว่าความเสี่ยงมีในงานทุกรูปแบบ
จริงๆ แล้ว คุณเกรซมองว่าความเสี่ยงมีในงานทุกรูปแบบ
เเต่สิ่งหนึ่งที่คุณเกรซเชื่อเลยก็คือ “ไม่ลองก็ไม่รู้”
ที่สำคัญถ้าเลือกที่จะเดินทางไหนก็ต้องลุยให้สุด
รอดไม่รอดค่อยหาทางออก อย่างน้อยก็ได้ลองเเล้ว
แม้จะเหนื่อยเเต่ก็อาจจะสนุกกว่า
เพราะได้ทำสิ่งที่ชอบ ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้เราอยู่กับมันได้นาน
รอดไม่รอดค่อยหาทางออก อย่างน้อยก็ได้ลองเเล้ว
แม้จะเหนื่อยเเต่ก็อาจจะสนุกกว่า
เพราะได้ทำสิ่งที่ชอบ ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้เราอยู่กับมันได้นาน
อ่านมาถึงตรงนี้ เราจึงอาจสรุปปัจจัย
ที่ทำให้ธุรกิจของคุณเกรซประสบความสำเร็จได้ว่า
ที่ทำให้ธุรกิจของคุณเกรซประสบความสำเร็จได้ว่า
ต้องเริ่มจาก “ความชอบ” เป็นลำดับแรกหรือที่คนมักพูดว่า Passion
เพราะเธอเอง หลงใหลในศิลปะอยู่แล้ว
และก็โชคดีที่ได้เรียนในคณะที่ตัวเองชอบ
เพราะเธอเอง หลงใหลในศิลปะอยู่แล้ว
และก็โชคดีที่ได้เรียนในคณะที่ตัวเองชอบ
ต่อมาให้นำสิ่งที่ตัวเองชอบ นำศิลปะที่เรียนมา
ถ่ายทอดออกมาเป็นลวดลายบนเล็บที่เป็นเอกลักษณ์
โดยเฉพาะการนำลายเส้นและสีมาใช้
ถือเป็นจุดเด่น ที่ทำให้ร้าน Kantima Salon ต่างจากร้านอื่น
ถ่ายทอดออกมาเป็นลวดลายบนเล็บที่เป็นเอกลักษณ์
โดยเฉพาะการนำลายเส้นและสีมาใช้
ถือเป็นจุดเด่น ที่ทำให้ร้าน Kantima Salon ต่างจากร้านอื่น
ต่อมาก็คือ “ความกล้า” ที่จะลอง
ยอมลาออกจากงานประจำ เพื่อมาลุยธุรกิจของตัวเอง
ยอมลาออกจากงานประจำ เพื่อมาลุยธุรกิจของตัวเอง
สิ่งสุดท้าย ก็คือเรื่อง “มาตรฐาน”
ซึ่งมาตรฐานของคุณเกรซ ก็คือ การทำเต็มที่กับลูกค้าทุกๆ คน
และถ้าลูกค้าคนหนึ่งชอบ เขาก็จะบอกปากต่อปากไปเรื่อยๆ
ซึ่งมาตรฐานของคุณเกรซ ก็คือ การทำเต็มที่กับลูกค้าทุกๆ คน
และถ้าลูกค้าคนหนึ่งชอบ เขาก็จะบอกปากต่อปากไปเรื่อยๆ
อย่างไรก็ตามคุณเกรซได้เสริมว่า “คนรอบข้าง” ก็มีส่วนสำคัญไม่แพ้กัน
ทั้งครอบครัว ที่ให้อิสระเธอในการเลือกเส้นทางของชีวิตตัวเอง
และเพื่อนๆ ที่คอยช่วยกันลงแรง ทำให้เกิดเป็นร้าน Kantima Salon ในทุกวันนี้
ทั้งครอบครัว ที่ให้อิสระเธอในการเลือกเส้นทางของชีวิตตัวเอง
และเพื่อนๆ ที่คอยช่วยกันลงแรง ทำให้เกิดเป็นร้าน Kantima Salon ในทุกวันนี้
ทั้งหมดนี้ ก็น่าจะเป็นมุมมองที่ทรงพลังจากคุณเกรซ
ผู้หญิงที่กล้าจะทำตามความหลงใหลของตัวเอง
ผู้หญิงที่กล้าจะทำตามความหลงใหลของตัวเอง
ซึ่งหลายๆ อย่าง ก็เป็นสิ่งที่เรานำมาปรับใช้ได้
และลงทุนเกิร์ลหวังว่าพลังเล็กๆ นี้
จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนที่อยากเดินตามฝันของตัวเองนะคะ
และลงทุนเกิร์ลหวังว่าพลังเล็กๆ นี้
จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนที่อยากเดินตามฝันของตัวเองนะคะ
Tag:Kantima Salon