Jay-Z จากเด็กเรียนไม่จบ เคยค้ายา สู่ แรปเปอร์ชื่อก้องโลก และนักธุรกิจหมื่นล้าน
Entertainment
Business

Jay-Z จากเด็กเรียนไม่จบ เคยค้ายา สู่ แรปเปอร์ชื่อก้องโลก และนักธุรกิจหมื่นล้าน

14 มี.ค. 2021
Jay-Z จากเด็กเรียนไม่จบ เคยค้ายา สู่ แรปเปอร์ชื่อก้องโลก และนักธุรกิจหมื่นล้าน /โดย ลงทุนเกิร์ล
รู้หรือไม่ Jay-Z เป็นแรปเปอร์คนแรกของวงการ ที่สามารถเป็นมหาเศรษฐีพันล้าน
ซึ่งจริง ๆ แล้วความมั่งคั่งกลับไม่ได้มาจากเสียงเพลงเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการลงทุนในธุรกิจ
โดยปัจจุบัน Jay-Z มีอายุ 51 ปี และมีสินทรัพย์สุทธิรวมกว่า 30,000 ล้านบาท
ที่น่าสนใจคือ จุดเริ่มต้นของเขาเกือบเรียกได้ว่าติดลบ
เพราะในวัยเด็ก เขาต้องเผชิญกับชีวิตที่ยากลำบาก 
อาศัยอยู่ในย่านคนจน เรียนไม่จบชั้นมัธยม และเคยค้ายาเสพติด
แล้วอะไรเป็นจุดพลิกผันของ Jay-Z ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟังค่ะ
Jay-Z มีชื่อเดิมว่า Shawn Carter เกิดในปี 1969 เติบโตมาในย่านบรุกลิน กรุงนิวยอร์ก
โดยอาศัยอยู่กับคุณแม่ และพี่น้องอีก 3 คน
เขาผ่านประสบการณ์มาทั้งการขโมย เรียนไม่จบมัธยม ค้ายาเสพติด 
จนถึงขั้นเคยโดยยิงมาแล้วถึง 3 ครั้ง
อย่างไรก็ตาม คุณแม่ของ Jay-Z เล่าว่าเขาชอบชวนเหล่าพี่น้อง มาตีโต๊ะในครัวเป็นจังหวะกลอง
เธอจึงได้ซื้อวิทยุบูมบอกซ์ให้เป็นของขวัญวันเกิด 
และนี่เองทำให้ Jay-Z ให้ความสนใจในเสียงเพลง รวมถึงเริ่มแต่งเพลงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ในปี 1989 เขาเริ่มก้าวเข้าสู่วงการเพลงแรปอย่างเต็มตัว โดยใช้ชื่อว่า Jay-Z
เริ่มสร้างชื่อด้วยการไปร่วมร้องกับแรปเปอร์คนอื่น และเข้าร่วมการแบตเทิลการร้องแรป 
โดยซีดีรวมเพลงชุดแรกของ Jay-Z เกิดขึ้นในรูปแบบเปิดท้ายรถขาย
ภายใต้ค่ายเพลง Roc-A-Fella Records ที่ตั้งขึ้นมากับเพื่อนศิลปินฮิปฮอปอีก 2 คน
เนื่องจากไม่มีค่ายไหนยอมเซ็นสัญญากับเขา
ซึ่งจากวันนั้นจนถึงวันนี้ Jay-Z ก็ได้กลายเป็นหนึ่งในศิลปิน
ที่มียอดขายเพลงได้มากสุดในโลก รวม ๆ แล้วกว่า 125 ล้านก๊อบปี้ 
ได้รับรางวัล Grammy Awards ถึง 22 ครั้ง ซึ่งถือเป็นสถิติที่มากสุดสำหรับศิลปินแรปเปอร์
และยังเป็นศิลปินเดี่ยวที่มีอัลบั้มติดอันดับ 1 ของ Billboard ถึง 14 อัลบั้ม
ซึ่งมีคนประเมินว่าผลงานในวงการเพลงที่ผ่านมาของ Jay-Z 
สร้างรายได้ให้กับเขามากกว่า 15,000 ล้านบาทเลยทีเดียว
แล้วสงสัยกันหรือไม่คะ ว่าความมั่งคั่งอีกครึ่งหนึ่งของ Jay-Z มาจากไหน ?
หลังจากที่ Jay-Z ประสบความสำเร็จจากวงการเพลง กลายเป็นไอคอนของยุค
เขาก็เริ่มคิดว่า แทนที่จะโปรโมตสินค้าให้กับคนอื่น ทำไมถึงไม่สร้างสินค้าของตัวเองขึ้นมาเสียเลย
ไม่เพียงเท่านั้น เขายังสนใจในการลงทุน เพื่อทำให้สินทรัพย์ของเขางอกเงยอีกด้วย 
เริ่มจากในปี 1999 เขาได้ก่อตั้งแบรนด์เสื้อผ้าชื่อ Rocawear 
ก่อนจะขายไปในปี 2007 ด้วยมูลค่ากว่า 6,120 ล้านบาท 
ปี 2008 ตั้งบริษัท Roc Nation ดำเนินธุรกิจเป็นตัวแทนศิลปินและนักกีฬา 
ดูแลศิลปินระดับโลกอย่าง Rihanna, Shakira หรือ Mariah Carey 
ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่า 2,300 ล้านบาท
ปี 2012 ออกคอนญัก D’Ussé ร่วมกับ Bacardi 
ซึ่งตอนนี้บริษัทมีมูลค่าประมาณ 3,000 ล้านบาท
ปี 2014 ซื้อบริษัทผลิตแชมเปญ Armand de Brignac เป็นเงิน 6,200 ล้านบาท 
เจ้าของแชมเปญยอดฮิต อย่าง Ace of Spades 
ซึ่งธุรกิจนี้ยังไปเข้าตา LVMH เครือแบรนด์หรูที่ใหญ่สุดในโลก จนบริษัทประกาศลงทุน 50% 
โดยการประเมินมูลค่าของ Armand de Brignac ปัจจุบันสูงถึง 18,900 ล้านบาทเลยทีเดียว
ปี 2015 ซื้อกิจการบริษัท Aspiro เจ้าของแพลตฟอร์มสตรีมมิงเพลง ชื่อ Tidal ในราคา 1,700 ล้านบาท ซึ่งในวันเปิดตัวเขาก็ได้ดึงศิลปินดัง ๆ มาร่วมเป็นหุ้นส่วนด้วย ไม่ว่าจะเป็น Beyoncé, Rihanna, Kanye West รวมถึง Madonna
โดยล่าสุดก็มีข่าวออกมาว่า Square ผู้ให้บริการด้านการเงินของ Jack Dorsey ผู้ก่อตั้ง Twitter 
ได้ให้ความสนใจว่าจะซื้อ Tidal ด้วยมูลค่ากว่า 13,500 ล้านบาท 
และในขณะที่ธุรกิจกัญชากำลังเป็นที่พูดถึงไปทั่วโลก Jay-Z เองก็กระโดดเข้าร่วมวงกับเขาด้วยเช่นกัน โดยออกเป็นแบรนด์ Monogram 
ที่ขายซิการ์กัญชาพรีเมียม เลือกได้ว่าจะเอาความเข้มระดับไหน
โดยได้เซ็นสัญญากับเพื่อนศิลปินชื่อดัง ให้มาร่วมโปรโมตสินค้าเป็นที่เรียบร้อย
ซึ่งนอกจากจะมีการลงทุนสร้างธุรกิจของตัวเองแล้ว 
Jay-Z ยังกระจายลงทุนไปยังสินทรัพย์ประเภทอื่น 
ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์และงานศิลปะ รวมแล้วกว่า 3,600 ล้านบาท 
รวมถึงในปี 2013 เขายังได้ลงทุนใน Uber ตั้งแต่ก่อนที่บริษัทจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เสียอีก
ทำให้ปัจจุบันเงินลงทุนมูลค่า 60 ล้านบาทในวันนั้น 
น่าจะกลายเป็นจำนวนเงินที่มากกว่า 2,100 ล้านบาทเป็นที่เรียบร้อย
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ เราสามารถถอดบทเรียนการลงทุนในธุรกิจของ Jay-Z ได้ว่า
ทุกอย่างเริ่มต้นจากความไม่ยอมแพ้ เมื่อไม่มีใครยอมรับเขาเข้าสังกัด
Jay-Z ก็สร้างค่ายเพลงของตัวเองเสียเลย 
หลังจากนั้นจึงขยายไปยังธุรกิจอื่น ๆ ที่เขามีความคุ้นเคย 
แล้วค่อย ๆ สะสมความมั่งคั่ง จนเติบโตสู่การเป็นมหาเศรษฐีพันล้าน
และถ้าจะให้สรุปเรื่องราวของชีวิตของ Jay-Z ในประโยคเดียว 
ก็คงตรงกับประโยคที่ว่า
มันไม่ได้เกี่ยวหรอกว่าเราจะมาจากไหน 
แต่มันอยู่ที่ว่าเราจะไปที่ไหนต่างหาก..
References:
-https://www.forbes.com/sites/mitsubishiheavyindustries/2021/03/02/advice-for-young-engineers-use-your-inexperience-as-an-asset/?sh=6946558151b9
-https://en.wikipedia.org/wiki/Jay-Z#Business_career
-https://www.cnbc.com/2020/12/10/jay-z-becomes-latest-cultural-influencer-to-launch-a-cannabis-brand.html
-https://www.forbes.com/sites/elvaramirez/2021/02/22/lvmh-and-jay-z-announce-new-50-partnership-in-ace-of-spades-champagne-why-investing-in-bubbles-makes-sense/?sh=15a9e8c66315
-https://www.forbes.com/sites/abrambrown/2021/03/04/maybe-the-square-tidal-deal-is-all-about-creating-jay-z-nfts/?sh=51cf637d1d8d
Tag:Jay-Z
© 2021 Longtungirl. All rights reserved.