จากเด็กที่ทำรองเท้าให้กิ้งก่า สู่ ผู้ก่อตั้งแบรนด์รองเท้าในตำนาน Manolo Blahnik
Business

จากเด็กที่ทำรองเท้าให้กิ้งก่า สู่ ผู้ก่อตั้งแบรนด์รองเท้าในตำนาน Manolo Blahnik

11 ต.ค. 2021
จากเด็กที่ทำรองเท้าให้กิ้งก่า สู่ ผู้ก่อตั้งแบรนด์รองเท้าในตำนาน Manolo Blahnik /โดย ลงทุนเกิร์ล
ช่วงวัยเด็กนับว่าเป็นวัยสำคัญที่ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่าง
และหลายครั้งกิจกรรมในวัยเด็กของเรา ก็กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้อาชีพในปัจจุบันได้
เช่นเดียวกับคุณ Manolo Blahnik หรือหลายคนเรียกเขาสั้น ๆ ว่า Manolo ดีไซเนอร์ชาวสเปน ที่ตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งใจมาเป็นช่างออกแบบรองเท้า
แต่ด้วยกิจกรรมในวัยเด็ก ประกอบกับคำแนะนำจากบรรณาธิการนิตยสารชื่อดังอย่าง Vogue
ทำให้ปัจจุบันรองเท้าของ Manolo Blahnik กลายเป็นแบรนด์รองเท้าที่คนทั่วโลกต่างยอมรับ
โดยเฉพาะเหล่าดารา คนดัง รวมถึงยังเคยปรากฏในภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง Sex and the City อีกด้วย
เรื่องราวของ Manolo Blahnik น่าสนใจอย่างไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
หากเราย้อนกลับไปในช่วงปี 1942 ต้องบอกว่าคุณ Manolo Blahnik นั้นมีพื้นฐานครอบครัวที่ค่อนข้างดี
เขาเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะ โดยมีคุณพ่อเป็นเจ้าของบริษัทยา ในปราก สาธารณรัฐเช็ก ส่วนครอบครัวฝั่งคุณแม่ ก็เป็นเจ้าของไร่กล้วยบนเกาะซานตา กรุซ เด ลา ปัลมา ประเทศสเปน
ซึ่งการใช้ชีวิตอยู่บนเกาะก็ทำให้คุณ Manolo Blahnik ถูกรายล้อมไปด้วยธรรมชาติ และอาจเป็นเพราะในสมัยนั้น ไม่ได้มีของเล่นให้เลือกเหมือนในยุคปัจจุบัน
หนึ่งกิจกรรมในวัยเด็กของเขา จึงเป็นการนำเอาห่อฟอยล์จากช็อกโกแลตที่ทานหมดแล้ว มาทำเป็นรองเท้าให้กับกิ้งก่าที่หลุดเข้ามาในสวนกล้วยใส่..
และเพราะเขาใช้ชีวิตบนเกาะก็ส่งผลให้ในวัยเด็กคุณ Manolo Blahnik ต้องเรียนหนังสืออยู่ที่บ้าน ส่วนพอโตขึ้นค่อยถูกครอบครัว ส่งไปเรียนที่โรงเรียนประจำ ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ต่อมาพ่อแม่ของคุณ Manolo Blahnik มีความต้องการให้เขาไปเป็นนักการทูต
จึงตัดสินใจส่งคุณ Manolo Blahnik เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเจนีวา สาขาการเมืองและกฎหมาย
แต่สุดท้ายตัวคุณ Manolo Blahnik กลับตัดสินใจเปลี่ยนวิชาเอกเป็นวรรณคดีและสถาปัตยกรรมแทน
หลังจากเรียนจบในปี 1965 เขาก็ได้ย้ายไปเรียนต่อ ในสาขาเกี่ยวกับศิลปะ ที่ประเทศฝรั่งเศส และในขณะที่เรียนก็ได้เริ่มทำงานที่ร้านขายเสื้อผ้าสไตล์วินเทจแห่งหนึ่งไปด้วย
ต่อมาในปี 1969 เขาก็ได้ย้ายไปยังเมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพื่อทำงานเป็นฝ่ายจัดซื้อ ให้กับร้านเสื้อผ้าชื่อว่า Feathers ซึ่งเป็นร้านที่รวบรวมเสื้อผ้าแฟชั่นแบรนด์ต่าง ๆ มาไว้ที่ร้าน
ในขณะเดียวกันก็เป็นนักเขียนให้กับ L’Uomo Vogue ซึ่งเป็นนิตยสารผู้ชายของอิตาลีด้วย
ในปีเดียวกันนี้ คุณ Manolo Blahnik ยังมีโอกาสได้เจอกับคุณ Diana Vreeland ซึ่งเป็นหัวหน้าบรรณาธิการของ U.S. Vogue ในขณะที่เขากำลังเดินทางไปนิวยอร์ก
ตอนนั้นเองเขาจึงได้มีโอกาสลองนำเสนอผลงานการออกแบบแฟชั่นของตัวเอง ให้กับคุณ Diana Vreeland
ซึ่งเรื่องนี้ก็ทำให้คุณ Manolo Blahnik ก้าวเข้าสู่วงการนักออกแบบรองเท้าอย่างเต็มตัว
เพราะคุณ Diana Vreeland นั้นชื่นชมภาพสเกตช์รองเท้าของเขาเป็นอย่างมาก และแนะนำให้เขามาเอาดีด้านนี้
จากคำแนะนำในวันนั้น คุณ Manolo Blahnik จึงเริ่มเดินทางไปยังโรงงานรองเท้าหลาย ๆ แห่ง พูดคุย และศึกษาจากช่างทำรองเท้ามือดี รวมถึงให้ช่างเหล่านั้นวิจารณ์งานของเขาอยู่เรื่อย ๆ
จนกระทั่งในปี 1971 คุณ Ossie Clark รวมถึงดีไซเนอร์คนอื่น ๆ เช่น คุณ Jean Muir และคุณ Zandra Rhodes ก็ได้เชิญคุณ Manolo Blahnik ให้มาออกแบบรองเท้าสำหรับการแสดงบนรันเวย์ของพวกเขา
เมื่อเริ่มเห็นโอกาสในการเติบโต คุณ Manolo Blahnik จึงตัดสินใจกู้เงินจำนวน 1.2 ล้านบาท เพื่อเข้าซื้อกิจการร้าน Zapata ที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นร้านรองเท้าที่เขาเคยวางขายสินค้า และเปลี่ยนเป็นร้านบูติกของตัวเอง ในปี 1974 รวมถึงกลายเป็นผู้ชายคนแรกของโลก ที่ได้ขึ้นหน้าปกนิตยสาร British Vogue ในปีเดียวกัน
ใช้เวลาไม่นานนัก คุณ Manolo Blahnik ก็เริ่มกลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่แค่เพราะผลงานที่โดดเด่นเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นชื่อว่าเป็นดีไซเนอร์ที่หาตัวจับได้ยาก เนื่องจากไม่ค่อยโผล่หน้าออกจากร้านมาให้เห็นเลย
อย่างไรก็ตาม ร้านของ Manolo Blahnik ก็ยังดึงดูดผู้คนมากมาย รวมถึงเหล่าคนดัง
เช่น Bianca Jagger, Rupert Everett, David Hockney และ Anna Wintour ให้มาเป็นลูกค้าของเขา
นอกจากนั้นคุณ Manolo Blahnik ยังเป็นเหมือนผู้ที่ริเริ่มเปลี่ยนดีไซน์รองเท้าส้นสูง ที่จากเดิมในยุค 70 มักจะมีพื้นหนา ๆ ส้นหนา ๆ ดูเทอะทะเป็นส่วนใหญ่ มาเป็นรองเท้าแบบส้นกริช ซึ่งมีพื้นรองเท้าที่บางลง และส้นที่เพรียวขึ้นคล้ายกับกริชตามชื่อ
เรื่องนี้ส่งผลให้สาว ๆ ในยุคนั้นเริ่มเปลี่ยนมาใส่รองเท้าส้นกริชกันมากขึ้น
เพราะมองว่ามันเป็นรองเท้าที่ดูสง่า และช่วยสื่อสารความเป็นผู้หญิงออกมาได้อย่างดี
ชื่อเสียงของคุณ Manolo Blahnik จึงถูกยอมรับ ในเรื่องการออกแบบรองเท้าส้นสูงสำหรับผู้หญิงตามไปด้วย
หลังจากนั้นในปี 1983 คุณ Manolo Blahnik ก็ได้ขยายอาณาจักรรองเท้าของเขา โดยไปเปิดร้านที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
และการมาถึงของคุณ Manolo Blahnik ในครั้งนี้ ก็ทำให้เขากลายเป็นที่โด่งดังอย่างรวดเร็ว รวมถึงได้รับการติดต่อให้มาออกแบบรองเท้าสำหรับเดินบนรันเวย์มากมายหลายคอลเลกชัน
เช่น Isaac Mizrahi, Oscar de la Renta และ Calvin Klein
ซึ่งความสำเร็จของคุณ Manolo Blahnik ยังไม่หมดเพียงแค่นี้ เพราะในปี 1990
เขายังได้รับรางวัล CFDA และ British Fashion Council Accessory Designer of the Year
รวมถึงในปี 2007 สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ก็ได้ทรงแต่งตั้งให้คุณ Manolo Blahnik เป็นผู้บัญชาการกิตติมศักดิ์แห่งจักรวรรดิอังกฤษ (CBE) จากผลงานในด้านแฟชั่นของเขาด้วย
ปัจจุบัน Manolo Blahnik กลายเป็นแบรนด์ที่โด่งดังในระดับสากล และมีร้านค้าอยู่ 20 ประเทศทั่วโลก
รวมถึงมีสินค้าอื่น ๆ นอกเหนือจากรองเท้าส้นสูง เป็นดีไซน์รองเท้าแบบอื่น ๆ กระเป๋า และรองเท้าสำหรับผู้ชาย
เรียกว่าคุณ Manolo Blahnik นั้นเดินทางมาไกลมาก จากเด็กบนเกาะสวนกล้วยในวันนั้น
สู่ดีไซเนอร์รองเท้าที่กลายเป็นตำนานและแรงบันดาลใจให้กับดีไซเนอร์รองเท้ารุ่นใหม่ ๆ ในปัจจุบัน
และคำถามที่หลายคนสงสัยว่าเขามีไอเดียในการดีไซน์รองเท้าอย่างไรจนกลายเป็นตำนาน
ในรายการ MANOLO: The Boy Who Made Shoes for Lizards นั้น คุณ Manolo Blahnik
ได้ตอบไว้ว่า “เขาก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่อาจจะเป็นเพราะเขาชอบทำงานนี้ก็เป็นได้..”
© 2021 Longtungirl. All rights reserved.