
Business
Humble Crumble แบรนด์ขนมครัมเบิลในอังกฤษ ที่เคยขายได้แค่ 2 ถ้วยต่อวัน สู่ยอดขาย 200 ล้านบาทต่อปี
2 มิ.ย. 2026
Humble Crumble แบรนด์ขนมครัมเบิลในอังกฤษ ที่เคยขายได้แค่ 2 ถ้วยต่อวัน สู่ยอดขาย 200 ล้านบาทต่อปี /โดย ลงทุนเกิร์ล
สำหรับใครที่เป็นสายขนมหวาน อาจคุ้นเคยกับ “ครัมเบิล” เมนูขนมอบสไตล์อังกฤษที่มีผลไม้เป็นไส้ เช่น บลูเบอร์รีครัมเบิล, แอปเปิลครัมเบิล หรือสตรอว์เบอร์รีครัมเบิล
แต่ Humble Crumble ไม่ใช่ร้านเบเกอรีทั่วไป เพราะแบรนด์นี้ขึ้นชื่อเรื่องการนำเมนูขนมที่ดูล้าสมัยอย่างครัมเบิล มาตีความใหม่ จนกลายเป็นขนมขึ้นชื่อเจ้าดังของเมืองลอนดอน
จากจุดเริ่มต้นของผู้หญิงตัวคนเดียวที่ลงทุนลงแรงตั้งแผงขายครัมเบิลในตลาด แต่ขายแทบไม่ได้ สู่ร้านขนมที่กวาดรายได้หลักร้อยล้านบาทในปีที่ผ่านมา
อีกทั้งยังกลายเป็นปรากฏการณ์ไวรัลบนโลกออนไลน์ เมื่อเจ้าชายวิลเลียม และเจ้าหญิงแคเธอรีน Princess of Wales ได้เข้ามาเยือนร้าน Humble Crumble และทดลองทำขนมเสิร์ฟ จนกลายเป็นโมเมนต์น่ารัก ๆ ที่แชร์กันทั่วโซเชียลมีเดีย
แล้วเรื่องราวของ Humble Crumble น่าสนใจอย่างไร ?
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
สำหรับคนที่ยังไม่รู้จักครัมเบิล เมนูขนมหวานชนิดนี้มีต้นกำเนิดจากประเทศอังกฤษ ตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในเวลานั้น หลายครัวเรือนต้องประสบปัญหาขาดแคลนอาหาร การทำพายผลไม้แบบดั้งเดิมจึงกลายเป็นเรื่องยาก เพราะต้องใช้ทั้งแป้ง เนย และน้ำตาลในปริมาณมาก
ครัมเบิลจึงกลายเป็นทางเลือกที่เรียบง่ายกว่า ใช้วัตถุดิบน้อยกว่า ทำเร็วกว่า แต่ยังให้ความรู้สึกอร่อย อบอุ่น และอิ่มใจไม่ต่างจากพายผลไม้
จุดเด่นของครัมเบิลคือไส้ผลไม้ที่เลือกได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น แอปเปิล, เบอร์รี ลูกพีช หรืออาจผสมกันหลายชนิด ซึ่งรสชาติหวานอมเปรี้ยวของผลไม้ที่ตัดกับแป้งอบกรอบ ๆ ทำให้ครัมเบิลกลายเป็นขนมหวานในดวงใจชาวอังกฤษมายาวนานถึงปัจจุบัน
มาที่จุดเริ่มต้นของธุรกิจ Humble Crumble ก่อตั้งโดยคุณ Kim Innes ผู้ที่ชื่นชอบการทำแอปเปิลครัมเบิลตั้งแต่เด็ก และพัฒนาสูตรจนกลายเป็นเมนูที่ทุกคนในครอบครัวชื่นชอบ
ต่อมาช่วงที่คุณ Innes เรียนมหาวิทยาลัย เธอสังเกตว่า ร้านไอศกรีมมักเงียบเหงาในช่วงฤดูหนาว เพราะอากาศหนาวทำให้ผู้คนไม่อยากกินของเย็น และตั้งคำถามว่า จะดีแค่ไหนถ้าร้านพวกนี้เปลี่ยนมาขายครัมเบิลอุ่น ๆ แทน
ไอเดียนี้อยู่ในหัวของเธออยู่นาน จนกระทั่งปี 2018 ช่วงที่เธอว่างงาน คุณ Innes จึงตัดสินใจนำเงินเก็บราว 130,700 บาท มาลงทุนตั้งแผงขายครัมเบิลตามตลาดในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
อย่างไรก็ตาม ไอเดียที่เธอวาดฝันกลับต้องประสบปัญหาตั้งแต่ช่วงแรก เนื่องจากชาวอังกฤษมักคุ้นเคยกับการทานครัมเบิลตามร้านอาหารหรือตามผับเท่านั้น แต่ไม่เคยมีร้านเบเกอรีไหนที่จะเปิดขายเพียงเมนูครัมเบิลเพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ผู้คนที่เดินผ่านไปมายังเข้าใจผิดว่า หน้าขนมครัมเบิลคือ Couscous (คูสคูส) และคิดว่าไส้ผลไม้ที่อยู่ในถ้วยคือซุป เรื่องนี้ทำให้คุณ Innes ต้องคอยพูดอธิบายและโน้มน้าวให้คนเปิดใจลองทานขนมของเธอ
ผ่านไปราวปีกว่าธุรกิจของเธอยังไม่คืบหน้า คุณ Innes จึงตัดสินใจเสี่ยงโชคเปิดแผงร้านใหม่ที่ตลาด Southbank Centre ที่แม้ค่าเช่าสูง แต่มีผู้คนสัญจรเดินผ่านไปมาเยอะกว่าที่เดิมที่เธอวางขาย
ในช่วงเวลานั้นเธอประเมินแล้วว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะเธอไม่มีภาระหนี้ก้อนใหญ่ ซึ่งหากธุรกิจล้มเหลว เธอวางแผนว่าจะถอยออกมาแล้วค่อย ๆ ทยอยใช้หนี้คืน
ผลลัพธ์คือครัมเบิลขายดีมาก จนร้านได้เซ็นสัญญาเช่าที่ยาว 1 ปี ในตลาด Old Spitalfields แต่เพียงไม่กี่วันหลังจากนั้นพายุลูกใหม่ก็โถมเข้ามาอีก เพราะโควิด-19 ส่งผลให้ร้านขนมไม่สามารถวางขายในตลาดได้ตามปกติ
เมื่อขายขนมไม่ได้ คุณ Innes จึงปรับทิศทางธุรกิจใหม่ โดยเป็นผู้จัดส่งวัตถุดิบสำหรับทำเบเกอรีให้เพื่อนบ้าน ซึ่งในช่วงนั้นเป็นสินค้าขาดแคลนในซูเปอร์มาร์เก็ต และกลายเป็นว่าเธอได้รับผลตอบรับที่ดีตั้งแต่เปิดตัว
ภายหลังจากมาตรการล็อกดาวน์ผ่อนคลาย คุณ Innes กลับมาปั้นธุรกิจขายครัมเบิลอีกครั้ง โดยหันมาลงทุนกับการตั้งครัวขนาดเล็กภายในร้าน เพื่อประหยัดค่าเช่าครัวขนาดใหญ่ที่มีราคาสูงออกไป และยังประหยัดเวลาในการเตรียมทำขนมสำหรับวันต่อวัน
จุดเปลี่ยนสำคัญคือช่วงใกล้วันฮาโลวีน คุณ Innes เกิดไอเดียทำเมนูใหม่ Pumpkin Crumble โดยการนำฟักทองลูกจิ๋วมาคว้านไส้เอาเนื้อไปทำไส้ขนมครัมเบิล และใช้เปลือกด้านนอกมาเป็นภาชนะแทนถ้วย
ทันทีที่คุณ Innes โปรโมตเมนู Pumpkin Crumble บนโซเชียลมีเดียของร้าน บวกกับนิตยสาร Time Out ที่ช่วยแชร์ต่อ เมนูครัมเบิลที่ทั้งถ่ายรูปสวยและดูน่ารับประทานนี้ก็กลายเป็นไวรัลชั่วข้ามคืน ถึงขั้นมีคิวมายืนรอหน้าร้าน
จากเดิมที่ยอดขายมีเพียง 2 ชิ้นต่อวัน กลายเป็น 100 ชิ้น และในที่สุดก็ไปถึงหลัก 1,000 ชิ้นต่อวัน เมื่อความต้องการเพิ่มขึ้น คุณ Innes จึงขยายทีมงาน พร้อมลงทุนในอุปกรณ์ครัวมืออาชีพและขยายพื้นที่ที่ใหญ่ขึ้น
โดยปีที่ผ่านมา Humble Crumble กวาดรายได้ไป 288 ล้านบาท พร้อมมีสาขา 5 ร้าน ในเมือง London และ Bicester อีกทั้งยังมีเมนูติดอันดับขายดีมากมาย เช่น Apple Cinnamon Crumble Custard, Crumbrûlée และ Rhubarb, Raspberry & Orange Crumble
ปิดท้ายด้วยบทเรียนสำคัญจากคุณ Innes ที่ได้เผยถึงสิ่งที่เธอได้เรียนรู้จากการปั้นแบรนด์ว่า ช่วงเริ่มต้นทำธุรกิจเธอมีเพียงไอเดีย และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้คนต้องการร้านเบเกอรีที่ทำเฉพาะครัมเบิลจริง ๆ หรือเปล่า
เธอจึงเริ่มต้นจากแผงร้านในตลาดเล็ก ๆ ทั่วลอนดอน เพื่อให้การทดสอบไอเดียของเธอนั้นง่าย ทั้งเรื่องเมนูใหม่, การใช้อุปกรณ์ในครัว และการตั้งราคา โดยส่วนสำคัญคือ การรับฟีดแบ็กจากลูกค้าและนำไปต่อยอดปรับปรุงสินค้า
ทั้งหมดนี้ช่วยให้เธอเรียนรู้สิ่งที่ลูกค้าต้องการได้จริง, จับกระแสได้ทันท่วงที และประหยัดเวลาด้วยการโฟกัสที่ข้อมูล แทนการวางแผนบนไอเดียใหม่ที่ยังไม่ผ่านการทดสอบ..
References :
-The Times, Wearethecity